ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์

ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์

ละคร

ละคร ละคร, ละคร ดารา, ละคร เรื่องย่อละคร, ละคร ปาปารัซซี่, ละคร ซีรีย์เกาหลี, ละคร ซีรีย์, ละคร หนังเกาหลีละคร ละคร, ละคร ดารา, ละคร เรื่องย่อละคร, ละคร ปาปารัซซี่, ละคร ซีรีย์เกาหลี, ละคร ซีรีย์, ละคร หนังเกาหลีละคร ละคร, ละคร ดารา, ละคร เรื่องย่อละคร, ละคร ปาปารัซซี่, ละคร ซีรีย์เกาหลี, ละคร ซีรีย์, ละคร หนังเกาหลีละคร ละคร, ละคร ดารา, ละคร เรื่องย่อละคร, ละคร ปาปารัซซี่, ละคร ซีรีย์เกาหลี, ละคร ซีรีย์, ละคร หนังเกาหลีละคร, ดารา, เรื่องย่อละคร, ปาปารัซซี่, ซีรีย์เกาหลี, ซีรีย์, หนังเกาหลีละคร, ดารา, เรื่องย่อละคร, ปาปารัซซี่, ซีรีย์เกาหลี, ซีรีย์, หนังเกาหลีละคร, ดารา, เรื่องย่อละคร, ปาปารัซซี่, ซีรีย์เกาหลี, ซีรีย์, หนังเกาหลีละคร, ดารา, เรื่องย่อละคร, ปาปารัซซี่, ซีรีย์เกาหลี, ซีรีย์, หนังเกาหลี

เรื่องย่อละคร

เรื่องย่อ ละคร, เรื่องย่อ ดารา, เรื่องย่อ เรื่องย่อละคร, เรื่องย่อ ปาปารัซซี่, เรื่องย่อ ซีรีย์เกาหลี, เรื่องย่อ ซีรีย์, เรื่องย่อ หนังเกาหลีเรื่องย่อ ละคร, เรื่องย่อ ดารา, เรื่องย่อ เรื่องย่อละคร, เรื่องย่อ ปาปารัซซี่, เรื่องย่อ ซีรีย์เกาหลี, เรื่องย่อ ซีรีย์, เรื่องย่อ หนังเกาหลีเรื่องย่อ ละคร, เรื่องย่อ ดารา, เรื่องย่อ เรื่องย่อละคร, เรื่องย่อ ปาปารัซซี่, เรื่องย่อ ซีรีย์เกาหลี, เรื่องย่อ ซีรีย์, เรื่องย่อ หนังเกาหลีเรื่องย่อ ละคร, เรื่องย่อ ดารา, เรื่องย่อ เรื่องย่อละคร, เรื่องย่อ ปาปารัซซี่, เรื่องย่อ ซีรีย์เกาหลี, เรื่องย่อ ซีรีย์, เรื่องย่อ หนังเกาหลี
  • 29 เม.ย. 51 00.00 น. | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

เนื้อเรื่องย่อ

แนวละคร ดราม่า-แฟนตาซี ออกอากาศทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-20.00 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ สองพันปีก่อน...ณ ดินแดนเกาหลีโบราณ เกิดการสู้รบกันระหว่างเผ่าสองเผ่าคือ เผ่าพยัคฆ์ และเผ่าหมี สวรรค์จึงส่งโอรสแห่งสวรรค์ ฮวางวุง พร้อมด้วยเทพผู้พิทักษ์ 3 องค์คือ จ้าวเมฆา ( มังกรเขียว-อูนซา ), วายุเทพ ( พยัคฆ์ขาว-พองแบ็ค ), พิรุณเทพ ( เต่านิล-ยอนมู ) ลงมาเพื่อทำให้โลกเกิดความสงบสุข แต่เสือย่อมมีสัญชาตญาณของนักล่าเผ่าพยัคฆ์เองก็เช่นกัน ประกอบกับเผ่านี้มีความสามารถในการบังคับพลังอัคคีได้ ซึ่งเผ่าพยัคฆ์ก็ได้ใช้พลังวิเศษนี้ในการต่อต้านฮวางวุงและเผ่าหมี ฮวางวุง รู้ถึงความน่ากลัวของพลังอัคคีดี จึงได้ดึงเอาพลังอัคคีจาก คาจิน หญิงสาวผู้ครอบครองพลังนี้แห่งเผ่าพยัคฆ์ และได้ส่งมอบพลังให้กับ เซโอ ราชินีแห่งเผ่าหมี พร้อมทั้งได้แต่งตั้งให้พลังอัคคีเป็นเทพหงส์ไฟ วันหนึ่งเมื่อ คาจิน ได้รับบาดเจ็บจากการรบกับเผ่าหมี ฮวางวุง ได้ใช้พลังแห่งเทพรักษาเธอด้วยความสุภาพและอ่อนโยนของ เขาทำให้ คาจิน ตกหลุมรัก ฮวางวุง ถึงขนาดยอมทรยศต่อเผ่าของตัวเองเพื่อ ฮวางวุง แต่แล้ว ฮวางวุง กลับเลือกแต่งงานกับ เซโอ เหตุการณ์นี้ยังความโกรธแค้นให้กับ คาจิน อย่างมาก เธอจึงกลับมาเป็นผู้นำแห่งเผ่าพยัคฆ์อีกครั้ง เธอนำเผ่าพยัคฆ์จู่โจมเผ่าหมีและได้ลักพาตัวลูกที่เพิ่งเกิดของ เซโอ ไป เซโอ เข้าใจผิดคิดว่า คาจิน ได้ฆ่าลูกของเธอแล้ว ปลุกให้เทพหงส์ไฟในตัวของเธอตื่นขึ้น ความโกรธทำให้เทพหงส์ไฟกลายเป็นหงส์ดำ ซึ่งมาพร้อมกับพลังทำลายล้างที่เธอเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ ฮวางวุง ได้เรียกให้เทพผู้พิทักษ์ทั้ง 3 มาปราบหงส์ดำนั้น แต่ก็ไม่สามารถปราบลงได้ ผู้เดียวที่จะสามารถทำลายหงส์ดำได้คือ ฮวางวุง เขาจึงตัดสินใจสังหารหญิงอันเป็นที่รักด้วยมือของเขา คาจิน รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย การสูญเสียหญิงอันเป็นที่รักด้วยน้ำมือตัวเอง กับอีกหนึ่งชีวิตที่ดับสลายไปต่อหน้าต่อตาทำร้ายจิตใจ ฮวางวุง เกินกว่าที่เขาจะทนอยู่ในโลกมนุษย์ต่อไปได้ เหตุการณ์นี้ทำให้โลกได้รู้ถึงพลังอำนาจของเทพทั้ง 4 และก่อนที่ ฮวางวุง จะกลับสวรรค์เขาได้สะกดพลังของเทพทั้ง 4 เอาไว้ และได้ทำนายไว้ว่าเมื่อดวงดาวแห่งราชาส่องแสง นั่นคือสัญญาณการจุติของมหากษัตริย์ผู้รวบรวม แคว้นโกคูรยอ เป็นหนึ่งเดียว และวันนั้นจะเป็นวันที่พลังแห่งเทพทั้งสี่ที่ถูกผนึกไว้จะถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง สองพันปีต่อมา...ชาวโคกูรยอต่างพากันรอคอยการกำเนิดของมหากษัตรย์ในตำนาน และแล้วในคืนหนึ่งเมื่อดวงดาวแห่งราชาปรากฏ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกถึงการจุติของจอมกษัตริย์ในตำนานที่ทุกคนรอคอย การเสาะแสวงหาของวิเศษทั้ง 4 จึงเริ่มต้นขึ้น ทุกชีวิตในอดีตกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งโดยที่พวกเขาจำสิ่งที่เคยทำมาในอดีตไม่ได้เลย เทพทั้ง 3 กลับมาเกิดใหม่ ราชินีแห่งเผ่าหมีและเผ่าพยัคฆ์ก็กลับมาเกิดใหม่เป็นพี่น้องกัน โดยที่ยังคงได้เป็นผู้สืบทอดพลังอัคคีเช่นเดียวกันกับในอดีตชาติ ซึ่งเธอต่างจำไม่ได้เลยว่าเคยเป็นคู่แข่งในสงคราม เหนือความรักและความตายเมื่อสองพันปีก่อน ในคืนที่มหากษัตริย์ในตำนานได้ถือประสูติขึ้นมานั้น กลับมีโอรสเชื้อสายของกษัตริย์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาถึงสองพระองค์ องค์หนึ่งเป็นทายาทสกุลยอนซึ่งสืบสายเลือดกษัตริย์มีชื่อว่า ยอนโฮเก อีกคนหนึ่งเป็นลูกชายของ โอจีจี พระอนุชาของพระราชาก็ได้ถือกำเนิดในคืนนี้เช่นเดียวกัน แต่ โอจีจี กลับให้ทุกคนรู้ว่าลูกชายของตนได้ถือกำเนิดสี่วัน หลังจากคืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาว ทารกนี้มีชื่อว่า ทัมต๊อก บางทีอาจไม่ถือเป็นเรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว เนื่องจากฐานะ โอจีจี ไม่ได้โดดเด่นสักเท่าใดนัก อีกทั้งเหินห่างกับชนชั้นสูง โอจีจี ไปตั้งรกราก ณ สถานที่ที่ไกลจากวังหลวงมาก โดยเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ยังชีพ โอจีจี จงใจปกปิดฐานะที่แท้จริงเอาไว้ด้วย ไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ว่า ทัมต๊อก และยอนโฮเก ถือกำเนิดในวันเดียวกัน ถ้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เชื่อว่าจะต้องนำมาซึ่งภัยพิบัติอย่างแน่นอน เนื่องจากหนึ่งแผ่นดินจะมีพระราชาสองพระองค์ไม่ได้ พระราชาผู้ปกครองแผ่นดินทรงไม่มีทายาท ยอนฮูหยิน พระขนิษฐาของพระองค์ซึ่งเป็นแม่ของ ยอนโฮเก จึงทูลเสนอให้ ยอนโฮเก เป็นองค์รัชทายาท แต่กลับถูกปฎิเสธ โอจีจี พระอนุชาของพระราชาดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาท ก่อนที่พระราชาสวรรคตพระองค์ทรงมีรับสั่งเรียกประชุมเชื้อพระวงศ์และขุนนางน้อยใหญ่ ทำให้ทุกคนได้พบกับ โอจีจี และทัมต๊อก ลูกชายซึ่งตั้งรกรากยังสถานที่ไกลแสนไกลอีกครั้ง ในเวลานี้เองทุกคนถึงรู้ว่าพระราชาทรงสถาปนา โอจีจี เป็นองค์รัชทายาท พระราชาพระองค์ใหม่เถลิงราชย์ในพระนาม พระเจ้ายังวัง แต่พระองค์กลับทรงไม่ได้รับความไว้วางใจจากชนชั้นสูง นอกจากนี้ยังต้องรับศึกเหนือใต้ที่ข้าศึกเข้ามารุกราน พระเจ้ายังวัง ทรงตั้งพระทัยว่าพระองค์เพียงรักษาบัลลังก์ไว้ชั่วคราวเท่านั้น พระราชาที่แท้จริงคือ ทัมต๊อก สิ่งที่พระองค์ทรงต้องทำคือคุ้มครอง ทัมต๊อก ให้ปลอดภัยจนกว่าจะถึงวันที่ ทัมต๊อก ขึ้นครองราชย์ ด้วยเหตุนี้ พระเจ้ายังวัง จึงทรงเข้มงวดต่อ ทัมต๊อก เป็นพิเศษ เนื่องจาก ทัมต๊อก เฉลียวฉลาด รวมทั้งมีความสามารถที่โดดเด่น ทัมต๊อก จะแสดงสิ่งเหล่านี้ให้ใครรู้ไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของ ทัมต๊อก ที่เหนือกว่า ยอนโฮเก พระเจ้ายังวังทรงจำกัดบริเวณ ทัมต๊อก ถึงแม้ว่า ทัมต๊อก ปฏิบัติตามความประสงค์ของพระบิดา ในใจกลับไม่เข้าใจว่าเหตุใด พระเจ้ายังวัง จึงทรงเข้มงวดกับตนเช่นนี้ นอกจากนี้ พระเจ้ายังวัง ยังทรงห้ามไม่ให้ ทัมต๊อก คบหาเพื่อนที่หอบัณฑิต รวมทั้งฝึกวรยุทธ พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า ทัมต๊อก สุขภาพไม่แข็งแรง พระองค์จึงทรงทำเช่นนี้ แต่ ทัมต๊อก รู้แก่ใจดีว่าตนแข็งแรงมาก ดังนั้นจึงแอบศึกษาวรยุทธ แอบเข้าไปในหอหนังสือเพื่อศึกษาหาความรู้ วันหนึ่งขณะที่ ทัมต๊อก แอบเข้าไปอ่านหนังสือที่หอหนังสือ ทัมต๊อก ได้พบกับ คีฮา ธิดาเทพแห่งพรรคอัคคีเข้าโดยบังเอิญ คีฮา ไม่มีความทรงจำเมื่อครั้งเป็นเด็ก เมื่ออายุได้ห้าขวบถูกถูกพรรคอัคคีจับตัวไป นับแต่นั้นเป็นต้นมาบนไหล่ของนางก็มีรอยสักมาโดยตลอด ความทรงจำของนางสูญสิ้น แม้แต่ความทรงจำที่พรรคอัคคีฆ่าพ่อแม่ของนางก็สูญสิ้นไปด้วย นางจำได้แต่เพียงมีน้องสาวเท่านั้นแต่ก็หายสาบสูญไป คีฮา มีฐานะสูงศักดิ์ในพรรคอัคคี แม้แต่ผู้เฒ่าในพรรคยังให้ความเคารพยำเกรงนาง สำหรับคนพรรคอัคคี คีฮา เป็นธิดาอัคคีที่ลงมาจุติตามตำนาน คืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาว ได้มีหงส์ไฟปรากฏขึ้นที่บ้านสกุลเฮ ในเมืองแพกเจ พรรคอัคคีซึ่งรอคอยเหตุการณ์นี้อุบัติขึ้นนานนับพันปี ต่างพากันมาที่บ้านสกุลฮุ่ย ทุกคนพบว่าเด็กน้อยอายุเพียงห้าขวบสามารถ ใช้อำนาจหยกแดงสะกดเพลิงไม่ให้ทำร้ายนางเอง ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงปักใจเชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้ก็คือธิดาอัคคีอย่างแน่นอน พรรคอัคคีพาเด็กน้อยพร้อมด้วยยกแดงกลับไปที่พรรคอัคคี ทำให้ทุกคนมีความหวังว่าชัยชนะอยู่เบื้องหน้า แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น คีฮา ทำได้แต่เพียงใช้หยกแดงจุดเทียนไขหรือไม่ก็จุดฟืนเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนแรกเริ่มที่สามารถสำแดงอิทธิฤทธิ์ ด้วยเรื่องนี้ทำให้ผู้เฒ่าของพรรคเชื่อว่า เมื่อครั้งที่มหาเทพสะกดของวิเศษสามสิ่งไว้นั้น อิทธิฤทธิ์ของหงส์ไฟก็สูญสลายไปด้วย เว้นแต่จะทำลายมนต์สะกดธิดาอัคคีก็จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง ผู้เฒ่าพรรคอัคคีคิดว่าของวิเศษอีกสามสิ่งที่ถูกสะกดไว้ จะต้องตกเป็นของพรรคด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อ คีฮา อายุได้สิบห้าปีก็ต้องติดตามบรรดาผู้เฒ่าพรรคไปที่แท่นบูชาฟ้าดิน แท่นบูชาฟ้าดินได้มอบชีวิตใหม่ให้ คีฮา โดยมีภารกิจสำคัญสองอย่างที่นางต้องทำ ภารกิจแรกต้องจับกุมตัว ยอนโฮเก ซึ่งถือกำเนิดในคืนที่ดวงดาวแห่งราชาสุกสกาวมาให้ได้ การทำลายมนต์สะกดนั้นต้องใช้เลือดของมหาราชา ภารกิจที่สองคือพำนักอยู่ที่แท่นบูชาฟ้าดินเพื่อรอรับฟังข่าวคราวของวิเศษ คีฮา ซึ่งถูกยกให้เป็นธิดาอัคคีนั้น สำหรับนางแล้วการมีชีวิตอยู่ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของพรรคอัคคี ภารกิจสองอย่างเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของนาง อย่างน้อยที่สุดก่อนที่จะได้พบกับ ทัมต๊อก นางก็คิดเช่นนี้มาโดยตลอด ทัมต๊อก และคีฮา ทั้งสองซึ่งอ้างว้างโดดเดี่ยวได้พบกันในที่สุด ทัมต๊อก ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพระบิดาอย่างเคร่งครัด ทำให้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ส่วน คีฮา นั้นได้รับแรงกดดันจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายที่ต้องเป็นธิดาอัคคี ทำให้นางไม่สามารถดำรงชีวิตตามที่นางต้องการ ในเวลานี้นางถูกส่งมายังดินแดนข้าศึก นางจะต้องเป็นสายรายงานความเคลื่อนไหว ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงเห็นใจกันและกันเป็นอย่างดี ความจริงแล้วสำหรับคีฮานั้น ทัมต๊อก ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของนางแต่อย่างใด คนที่นางต้องให้ความสำคัญคือ ยอนโฮเก ต่างหาก ที่นางต้องนำข่าวคราวไปรายงาน แต่ไม่แน่ว่า ทัมต๊อก อาจเป็นคนที่ขัดขวางภารกิจของนางก็เป็นได้ แต่เมื่อ คีฮา คบหากับ ทัมต๊อก ได้ระยะหนึ่ง ความรู้สึกที่นางมีต่อ ทัมต๊อก ก็เปลี่ยนไป นางรู้สึกว่าช่วงเวลาที่อยู่กับ ทัมต๊อก เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด บรรดาผู้เฒ่าของพรรคอัคคีต่างพากันย้ำเตือน คีฮา อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด สำหรับ ทัมต๊อก รู้สึกว่า คีฮา เป็นคนสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทัมต๊อก ซึ่งสูญเสียแม่ตั้งแต่เล็กนั้น คีฮา เป็นเหมือนแม่ เป็นเหมือนพี่สาว ที่มอบความรักความอบอุ่นที่ตนไม่เคยได้รับจากพ่อ ทุกคืนขณะที่ฝึกวรยุทธ คีฮา ก็เป็นเหมือนเพื่อนที่อยู่เคียงข้าง กาลเวลาผ่านไป ทัมต๊อก และคีฮา ก็รักกัน ทัมต๊อก หลบหนีออกจากวังหลวงราวกับนักโทษที่แหกคุกออกมา ทัมต๊อก ชอบแต่งตัวเป็นชาวบ้านเดินไปตามท้องถนน โดยสามารถรับฟังเรื่องราวต่างๆ มากมาย ต่อมา ทัมต๊อก ก็ได้พบกับ ซูจีนี ซูจีนีเป็นน้องสาวของ คีฮา ในวันที่สกุลเฮถูกพรรคอัคคีทำลาย แม่ได้มอบหัวใจของหงส์ไฟให้ คีฮา จากนั้นก็กำชับให้ คีฮา ดูแลซูจีนีให้ดี ขณะที่เทพแห่งความตายมาเอาชีวิตของเด็กทั้งสองนั้น หัวใจของหงส์ไฟก็สำแดงอิทธิฤทธิ์คุ้มครองสองพี่น้องเอาไว้ พรรคอัคคีไม่พบ ซูจีนี ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถังข้าว ดังนั้นจึงพาแต่ คีฮา และหงส์ไฟกลับไปเท่านั้น พรรคอัคคีหารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่ทำให้หงส์ไฟสำแดงอิทธิฤทธิ์คือ คีฮา หรือซูจีนี กันแน่ เนื่องจากทั้งสองเป็นลูกสาวบ้านสกุลเฮด้วยกันทั้งคู่ คนที่พบ ซูจีนี ที่ซ่อนตัวอยู่ในถังข้าวในคืนนั้นก็คือ ยอนโก ซึ่งก็คือพิรุณเทพกลับชาติมาเกิดนั่นเอง ในเวลานั้น ยอนโก มีอายุครบสิบห้าปี เมื่อ ซูจีนี พบเห็น ยอนโก นางก็ยิ้มให้ ยอนโก บรรดาผู้เฒ่าของหมู่บ้านเมื่อพบเห็น ซูจีนี เนื่องจากหงส์ดำเป็นอัปมงคล ทำให้ไม่มีใครกล้าชุบเลี้ยง ซูจีนี เอาไว้ มีเพียง ยอนโก เท่านั้นที่เชื่อว่า ซูจีนี เป็นหงส์ไฟไม่ใช่หงส์ดำ ด้วยเหตุนี้ ยอนโก จึงอุ้ม ซูจีนี ซึ่งอายุไม่ถึงขวบขอร้องให้บรรดาผู้เฒ่าชุบเลี้ยงนางไว้ บรรดาผู้เฒ่าไม่อยากฆ่าเด็กบริสุทธิ์ ดังนั้นจึงตัดสินใจชุบเลี้ยง ซูจีนี เอาไว้ สำหรับทุกคนแล้วต่างหวาดกลัวทายาทของหงส์ดำด้วยกันทั้งนั้น หงส์ไฟซึ่งกลับมาจุติพร้อมกับมหาราชานั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นไปตามตำนานหรือไม่ หากเป็นไปตามตำนานเมื่อใดที่โกรธแค้นขึ้นมา ก็จะกลายเป็นหงส์ดำทำลายล้างบ้านเมืองหรือไม่ โลกใบนี้จะลุกเป็นไฟอีกครั้งหรือไม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ควรจะรีบขจัดภัยพิบัตินั้นโดยเร็วที่สุด แต่ ยอนโก กลับคัดค้านความคิดเห็นนี้มาโดยตลอด ในคืนนั้นผู้เฒ่าเตือน ยอนโก ซึ่งอุ้ม ซูจีนี ว่านับแต่นี้เป็นต้นไปขอให้ดูแลเด็กคนนี้ให้ดี ถ้าหากวันใด ยอนโก พบว่า ซูจีนี เป็นหงส์ดำก็ขอให้ ยอนโก กำจัดนางทันที ซูจีนี เป็นผู้หญิงคนเดียวของหมู่บ้าน นางเคารพนับถือ ยอนโก เป็นอาจารย์ นางถอดอุปนิสัยของอาจารย์มาจนหมดสิ้น นางเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เติบโตในหมู่บ้าน ทำให้อุปนิสัยนางไม่เหมือนผู้หญิง สิ่งที่ผู้ชายทำได้นางทำได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการพนัน ลักขโมย ยิงธนู วรยุทธ วันหนึ่งก่อนที่ผู้เฒ่าจะสิ้นใจได้เรียกชาวบ้านมาชุมนุมกัน ผู้เฒ่าได้มอบพลองวิเศษให้ผู้นำหมู่บ้านคนใหม่ ทันใดนั้นเองพลองวิเศษก็ลอยขึ้นฟ้าหมุนอยู่หลายรอบ จากนั้นก็ตกลงตรงหน้าผู้นำคนใหม่นั่นก็คือ ยอนโก ผู้นำคนใหม่ของหมู่บ้านได้ถูกเลือกสรรแล้ว ชะตากรรมของ ทัมต๊อก, คีฮา, ซูจีนี และยอนโฮเก ที่ต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อเส้นทางแห่งสงครามเหนือความรักและความตาย เมื่อสองพันปีก่อนกำลังหวนกลับมา พบเรื่องราวอันเข้มข้นของการแย่งชิงอำนาจ และเรื่องราวของตำนานจอมกษัตริย์กับเทพผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ได้ใน ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ รายชื่อนักแสดง เบยองจุน รับบท ฮวางวุง / ทัมต๊อก มูนโซริ รับบท คาจิน / คีฮา ลีจีอา รับบท เซโอ / ซูจีนี โอวางรก รับบท พิรุณเทพ ยอนมู ( เต่านิล ) / ยอนโก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

ขึ้นไปบนสุด