ลีโบยอง

  • 2 มี.ค. 50 00.00 น. | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0
สำหรับ ลีโบยอง ถือเป็นดาราสาวมากความสามารถอีกคนที่กำลังมาแรงในเกาหลี และความฮอตฮิตจากซีรี่ส์ย้อนยุค ซอดองโย...สายใยรักสองแผ่นดิน นี่เองที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก มีทั้งงานละคร ภาพยนตร์ และโฆษณา เรียงหน้ากันเข้ามาหา โดยหลังจากเข้าวงการมาเป็นปีที่ 4 ในที่สุดเธอก็เป็นที่จับตามองจากบท เจ้าหญิงซันวา ในละครย้อนยุคฟอร์มยักษ์ วันนี้เราเลยต้องตามตัวเธอมาพูดคุยกันเสียหน่อย..... เหตุผลที่ตัดสินใจมาแคสติ้งกับผู้กำกับฯ ลี ? สำหรับคนที่พบกันเป็นครั้งแรกส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าฉันเป็นคนเรียบร้อย ฉันจึงมักจะได้รับบทที่มีบุคลิกทำนองนั้น แต่ผู้กำกับฯ ลีกลับดูออกว่าที่จริงแล้วฉันเป็นคนร่าเริงและติดจะขี้แกล้งด้วยซ้ำ ซึ่งเหมือนกับเจ้าหญิงซันวา คนที่เข้าใจตัวตนของฉันทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรกก็เพิ่งจะมีเขานี่แหละ การทำงานกับผู้กำกับฯ ลี ลำบากมากมั้ย ? เขาเป็นคนที่สั่งให้เทคใหม่จนกว่าจะรู้สึกว่าทุกคนที่เข้าฉากทำได้สมบูรณ์แบบ 100% นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ละเอียดอ่อนมาก เข้าใจความรู้สึกของนักแสดงหญิงได้ดี ในตอนแรกฉันก็ลำบากเพราะยังปรับตัวเข้ากับการทำงานตามสไตล์ของเขาไม่ได้ แต่ผู้กำกับฯ ก็เข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานบางอย่างให้เข้ากับฉันได้แทน เคยรู้จักผู้กำกับฯ ลี มาก่อนมั้ย ? ฉันเป็นแฟนผลงานของผู้กำกับฯ ค่ะ ( หัวเราะ ) ถึงจะรู้ว่าได้รับการวางตัวให้แสดงในละครเรื่องนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าผู้กำกับฯ จะโทรศัพท์มาหาฉันโดยตรง พอได้รับโทรศัพท์ฉันตกใจมาก การมิตติ้งครั้งแรกฉันก็ไปเพราะว่าอยากเจอผู้กำกับฯ ตัวเป็นๆ เท่านั้นเอง ( หัวเราะ ) ยิ่งพอรู้ว่าตัวเองได้รับเลือกให้รับบทนำยิ่งดีใจ จนไม่รู้สึกเหนื่อยกับตารางการถ่ายทำที่โหดจนแทบไม่มีเวลานอน แต่ถ้าให้กลับไปทำอีกครั้งก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ ในทางกลับกันคิดว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปจากการถ่ายละครเรื่องนี้บ้าง ? เรี่ยวแรงมั้ง ( หัวเราะ ) เพราะมันเหนื่อยมากค่ะ ฉันทั้งตะหว่างการเดินทางไปกองถ่าย แถมยังต้องผจญกับอากาศหนาวกลางทุ่งโล่งกว้าง ถึงจะใส่บู๊ตที่บุขนสัตว์ข้างในแต่เท้าก็หนาวจนชา ได้ยินว่าที่กองถ่ายก็เรียกคุณว่า เจ้าหญิง กันทั้งนั้น ? ( หัวเราะ ) แค่เรียกกันเล่นๆ ค่ะ เพราะผู้กำกับฯ เป็นคนเริ่มเรียกฉันว่า เจ้าหญิง ในการถ่ายทำวันแรกคนอื่นเลยเรียกตามบ้าง ถึงตอนนี้จะปิดกล้องแล้วแต่คนที่เกี่ยวข้องหลายคนก็ยังเรียกฉันแบบนี้อยู่ แรกๆ ฉันเขินมากแต่ตอนนี้ชินแล้ว เวลาเดินอยู่แล้วมีเสียงเรียก เจ้าหญิง จากด้านหลัง ฉันก็จะหันกลับไปขานรับโดยอัตโนมัติค่ะ ( หัวเราะ ) เครื่องแต่งกายของคุณวิจิตรงดงามมาก ? พอแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วรู้สึกว่ากลายเป็นเจ้าหญิงจริงๆ เลยค่ะ แต่ก็หนาวมากเพราะเนื้อผ้าค่อนข้างบาง แถมยังเปื้อนฝนกับหิมะง่ายเพราะชายยาวระพื้น ถึงจะใส่แล้วสวยแต่เคลื่อนไหวลำบากมาก โดยเฉพาะเวลาไปเข้าห้องน้ำ พอถึงช่วงพักทานข้าวฉันก็ต้องไปทานทั้งชุดนั้น ทำให้มีแต่คนมองจนทานไม่ค่อยลง ต้องเข้าไปหลบทานในรถของกองถ่ายแทน ได้ร่วมงานกับ โจฮุนแจ เขาเป็นคนแบบไหน ? ฮุนแจเป็นคนขรึมและพูดน้อยเหมือนกับภาพพจน์ของเขาค่ะ เวลาอยู่ในกองถ่ายแทบจะไม่ได้ยินเสียงของเขาเลย มีแต่ฉันที่เป็นฝ่ายชวนคุย พอถ่ายทำเสร็จไปวันนึงฉันก็คิดว่า วันนี้ชวนคุยไปเยอะ คงรู้สึกสนิทใจกับเราแล้วมั้ง พรุ่งนี้เขาต้องพูดมากขึ้นแน่ๆ แต่พอถึงวันรุ่งขึ้นเขาก็ยังเงียบเหมือนเดิม ( หัวเราะ ) เป็นคนเงียบๆ ขี้อายจริงๆ ค่ะ จนถึงวันปิดกล้องเขาก็พอจะให้ความสนิทสนมกับฉันขึ้นมาบ้าง แต่ยังไงก็ไม่ยอมเรียกฉันว่า นูนา ( พี่สาว ) สักที ( หัวเราะ ) เล่าเรื่องในกองถ่ายให้ฟังบ้างสิ ? มีฉากหนึ่งที่ฉันต้องขี่ม้าขึ้นเนินพร้อมกับฮุนแจ แต่พวกเราร่วงตกม้ากันทั้งคู่เลย ฮุนแจพยายามเอาแขนกันตัวฉันไว้ไม่ให้กระแทกพื้น แขนของเขาจึงบาดเจ็บ ส่วนฉันก็หล่นกระแทกพื้นแรงมากจนปวดสะโพกไปหมดเลย ที่จริงแล้วตอนนั้นฉันปวดมากจนลุกแทบไม่ไหว แต่กำหนดการถ่ายทำไม่สามารถยืดได้ โดยเฉพาะนักแสดงงออกเกือบทุกฉาก ฉันจึงต้องใส่เฝือกอ่อนแล้วไปถ่ายทำต่อจนปิดกล้อง ริวจิน ท่าทางจะเป็นคนตลกนะ ? ใช่ค่ะ ตอนที่เจอกันครั้งแรกฉันแค่รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หล่อและเท่มาก แต่ระหว่างการถ่ายทำเราได้คุยกันบ่อยทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนตลก มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกเราถูกสัมภาษณ์ด้วยคำถามว่า สเปกของคนรักในอุดมคติ เขาก็ตอบว่า ผู้หญิงที่เชี่ยวชาญการวางแผนค่าใช้จ่ายในบ้าน ( หัวเราะ ) ทั้งฉัน ฮุนแจ และรุ่นพี่ริวจิน ล้วนเป็นมือใหม่ในการแสดงละครย้อนยุค เราจึงต้องซ้อมกันอย่างหนัก โดยเฉพาะบทพูดที่ใช้ภาษาโบราณ เราสามคนจึงต้องช่วยพยุงซึ่งกันและกันจนถึงวันปิดกล้อง ถ้าได้รับการเสนอบทในเรื่องแนวย้อนยุคอีกจะรับมั้ย ? ยังไม่แน่ใจนะคะ เพราะหลังจากปิดกล้องเรื่อง ซอดองโย...สายใยรักสองแผ่นดิน ฉันก็คิดว่าจะไม่รับเล่นละครย้อนยุคอีกแล้ว การถ่ายทำนอกสถานที่เยอะมาก ออกไปครั้งหนึ่งก็ไม่ได้กลับบ้านเป็นอาทิตย์ พอกลับมาก็มีเวลาพักผ่อนแค่แป๊บเดียวแล้วก็ต้องจัดกระเป๋าเตรียมออกไปถ่ายทำนอกสถานที่อีกแล้ว ระยะเวลา 8 เดือนที่ถ่ายทำฉันไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย Asian Plus Vol.16

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

ขึ้นไปบนสุด