Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

วิจารณ์หนัง INSURGENT กบฏไปเพื่ออะไร

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 11
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

 

แม้ว่าส่วนตัวแล้วจะไม่ได้ชื่นชอบแฟรนชายส์ Divergent Series มากสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากความกระท่อนกระแท่นของหนังภาคแรกที่ไม่ได้สนุกมากมายนัก แต่ก็ดูฆ่าเวลาได้เพลินๆ เนื่องจากหนังภาคแรกเล่าเรื่องราวของโลกอนาคตที่มนุษย์เหลืออยู่จำนวนไม่มาก หรือโดนจัดกลุ่มแยกตามความถนัดของตัวเองซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและใช้ชีวิตของตัวเองไป ทว่ามีคนบางพวกที่มีความถนัดมากกว่า 1 อย่างหรือพูดง่ายๆว่าไม่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มใดได้เลยจึงถูกเรียกได้ว่า “ไดเวอร์เจนท์” 

แน่นอนว่า “นางเอก” อย่างทริซ (เชอลีน วู๊ดลีย์) นั้นเป็นตัวละครที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของ “เด็กรุ่นใหม่” ที่พยายามจะ “ขบถ” ต่อขนบดั้งเดิม ว่าตัวเธอมีความแตกต่างจากสภาพสังคมที่เป็นอยู่ดังนั้นเธอเลยต้องออกมาเผชิญโชคระหกระเหินต่อต้านกับสภาพสังคมกับกลุ่มคนที่มี “สภาพ” เหมือนกับเธอในหนัง Divergent ภาคแรกนั่นเอง 

เหตุการณ์ในภาคแรกทริซต้องสูญเสียแม่ของตัวเองไปจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เจอนีน (เคท วินสเลต) หัวหน้ากลุ่มทรงปัญญา(Erudite) พยายามจะยึดครองระบบทั้งหมดของสังคมเอาไว้ในกำมือของตัวเอง เหตุการณ์โดยสังเขปของภาคนี้ก็คือทริซและโฟร์ (เธโอ เจมส์)ต้องเดินทางไปยังเขตของกลุ่มสันติ (Amity) เพื่อขอความช่วยเหลือและสร้างพันธมิตรในการร่วมต่อสู้ แต่ทว่าเจอนีนก็ตามล่าตัวทริซจนพบทำให้เธอต้องหนีไปพึ่งพากับพวกไร้กลุ่ม (Factionless) ซึ่งมีเอฟเวอร์ลีน (นาโอมิ วัตต์ส) เป็นผู้นำกลุ่ม 

เหตุการณ์บางอย่างทำให้ทริซและโฟร์ต้องเดินทางไปขอร้องความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้คุมกฎ(Candor) จากแจ็ค คัง (แดเนียล แด คิม) กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความมีสัจจะและความซื่อสัตย์ คนในกลุ่มผู้คุมกฏจะไม่พูดปดและมีความลับต่อกัน ทำความทริซถูกทดสอบความจริงบางอย่าง 

เอาเข้าจริงความพยายามในการเล่าเรื่องแบบรวบรัดของ ทำให้ประเด็นหลายอย่างที่ควรจะเชื่อมต่อกันถูกลดทอนไปจนเรียกได้ว่าแทบจะปราศจากความสำคัญกับภาพรวมของหนังเสียด้วยซ้ำไป ยกตัวอย่างเช่นตอนเปิดเรื่องที่ทริซต้องไปพึ่งพากับกลุ่มรักสันตินั้น หนังก็ไม่ได้ให้ประเด็นอะไรมากไปกว่าการที่โจฮันนา เรย์ส (ออคตาเวีย สเปนเซอร์) ให้ความช่วยเหลือกับทริซ ทั้งที่เรื่องราวในหนังสือกลุ่มนี้จะมีบทบาทในการเป็นตัวกลางเพื่อจะขจัดความขัดแย้งของเรื่อง 

เข้าใจได้ว่าการตัดทอนหนังสือให้กลายมาเป็นหนังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่าง แต่ด้วยความไม่เซียนของผู้กำกับ “โรเบิร์ต ชเวนเก้” ทำให้แฟรนชายส์ไดเวอร์เจนที่มีปูมหลังของเรื่องราวการ “แหกคอก” ขบถต่อวิถีการปกครองได้ไม่ลุ่มลึกเท่าแฟรนชายส์การปฎิวัติระบบแบบ The Hunger Games ที่ไม่ใช่แค่การล้มกระดานการปกครองแบบง่ายๆอย่างที่ Insurgent ทำ 

สิ่งที่มันตลกที่สุดสำหรับแฟรนชายส์ Insurgent ก็คือกลุ่มคนที่เชื่ออะไรกันมาอย่างเหนียวแน่นมากๆเป็นเวลาเกือบ 200 ปี (ระบบการปกครองแบบกลุ่ม) อยู่มาวันหนึ่งก็มีภาพซีมูเลชั่นคนสร้างระบบกลุ่มโผล่มาแล้วบอกว่า "พวกเจ้าจงออกไปตามหาความจริงนอกประตูเมือง และไดเวอร์เจนซ์คือความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ"ผู้คนที่ (ย้ำอีกครั้งว่าเชื่อในระบบเก่ามากๆ) ต่างก็เฮโลกันเพื่อเดินออกนอกประตูเมืองกันอย่างรื่นเริง มีความสุขโดยปราศจาก "คำถาม" เรื่องที่มา อันอาจจะเป็นอุบายหลอกของ "ใครสักคน" หรือเป็นการทำโฆษณาชวนเชื่อแบบที่หนัง The Hunger Games Mockingjay (ทั้งสองฝ่ายทำทั้งฝ่ายนางเอกและประธานาธิบดีสโนว์) หรือเปล่า? นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ตรรกะของหนังทั้งเรื่องแทบพังทลายในฉากเดียว! 

 

ให้ 2 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด 



ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด