วิจารณ์หนัง POLTERGEIST ผีแฟนตาซีตกยุค

วิจารณ์หนัง POLTERGEIST ผีแฟนตาซีตกยุค

วิจารณ์หนัง POLTERGEIST ผีแฟนตาซีตกยุค
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าสำหรับในอดีตแล้ว POLTERGEIST หรือผีหลอกวิญญาณหลอนนั้นน่าจะกล่าวได้ว่ามันขึ้นทำเนียบหนังสยองขวัญคลาสสิคเรื่องหนึ่งตลอดกาลไปแล้ว สำหรับในยุคสมัยที่มันออกฉายน่าจะกล่าวได้ว่ามันเป็นหนังผีซีจีเรื่องแรกที่ทุกวัยในครอบครัวสามารถชมได้ (แม้จะน่าหวาดผวาสำหรับเด็กๆเกินไปหน่อยก็ตาม) แต่วิธีเร้าอารมณ์ของหนัง รวมไปถึงอารมณ์ขันของเรื่อง พ่วงกับความสยองขวัญที่มีการใช้เทคนิคพิเศษเข้ามาช่วยนั้นทำให้หนัง “แปลกใหม่” ในยุคสมัยปี 1982 

ขณะที่หนังเวอร์ชั่นต้นฉบับพยายามวิพากษ์วิจารณ์สังคมชนชั้นกลางที่พ่อแม่ทำงานจนไม่มีเวลาเลี้ยงลูกจนต้องให้ทีวีเป็นคนเลี้ยงแทน หนังก็เล่นเอาประเด็นตรงนี้มาหลอกหลอน และการที่ลูกสาวหายตัวเข้าไปอยู่ในโลกวิญญาณนั้นก็เป็นการบอกพ่อแม่ว่าอย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายจนเกินแก้ 

น่าเสียดายที่หนังในเวอร์ชั่นปี 2015 นั้นนอกจากจะเป็นการหยิบของเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ในมุมมองที่ไม่ได้หนีจากต้นฉบับ จนผู้กำกับต้องออกปากระหว่างให้สัมภาษณ์เลยว่า ในเวอร์ชั่นไหนๆทำให้ตายยังไงก็ไม่มีวันจะ “ดี” เท่ากับเวอร์ชั่นแรกแน่นอน และนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผู้กำกับ กิล คีแนนมาทำหนังเรื่องนี้ด้วย

ในหนังเวอร์ชั่นล่าสุดหนังยังเลือกใช้อาถรรพ์ที่ว่า บ้านที่ของตัวละครในเรื่องอาศัยอยู่นั้นมีการปลูกทับสุสานเก่า โดยถูกย้ายไปเพียงแค่แผ่นหินหน้าหลุมศพทว่าร่างของผู้เสียชีวิตนั้นก็ยังคงอยู่ใต้พื้นดินดังเดิม บรรดาผีๆเลยอยากจะก่อความรำคาญให้กับครอบครัวนี้ซะเลย

ครอบครัวโบแวน (เวอร์ชั่นใหม่) จึงกลายเป็นคนดวงซวยเพราะถังแตกอย่างอีริค (แซม ร็อคเวลล์) นั้นกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดูไม่เอาถ่าน ในขณะที่รายได้หลักของครอบครัวนี้ตกไปอยู่กับภรรยาอย่างเอมี (โรสแมรี่ เดอวิตต์) นักเขียนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวตัวแทน พวกเขายังมีลูกๆอีกสามคนประกอบไปด้วย เคนครา(โรสแมรี่ เดอวิตต์), กริฟฟิน (ไคล์ แคทแลตต์) และเมดิสัน (เคนเนดี คลีเมนต์) 

สิ่งที่น่าชื่นชมบ้างในเวอร์ชั่นนี้คือหนัง “ครึ่งแรก” ของเรื่องนั้นพยายามวางตัวเป็นหนังที่ค่อนข้างซีเรียส ดราม่าครอบครัวที่ต้องพบเจอผีหลอกและบรรยากาศในการคุกคามของผีสางก็เรียกได้ว่าน่าตกใจไม่น้อย ทว่าครึ่งหลังของหนังเมื่อมันกระโจนและพาผู้ชมไปสู่โลกแฟนตาซีแล้วหนังกลับหลุดโทนหนังสยองขวัญไปจนดูไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรนที่ติดกล้องไร้สายและพาคนดูไปถ่ายโลกวิญญาณซีจีที่เหมือนคนดูหลุดไปในหนังแฮร์รี่พอตเตอร์ซะมากกว่า 

ปัญหาสำคัญอีกอย่างที่ผู้ชมอาจจะไม่ค่อยอยากจะเอาใจช่วยครอบครัวโบแวนนักเพราะพวกเขาเป็นตัวละครที่ปราศจากบุคลิกน่าทำความรู้จัก อาทิคุณพ่อขี้โวยวาย อารมณ์ร้อน ส่วนลูกสาวคนเล็กก็ชอบแหกปากซะน่าเอามืออุดหู ไม่รวมไปถึงพี่สาวคนโตที่เหวี่ยงพ่อแม่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา 

เหล่านี้จึงทำให้ POLTERGEIST รีเมคไม่ค่อยจะอินกับผู้ชมเท่าไหร่ และยิ่งยุคที่หนังอย่าง Insidious (ซึ่งได้อิทธิพลมาจาก POLTERGEIST ต้นฉบับมาเช่นกัน) เล่าเรื่องราวและนำเสนอมุมมองครอบครัวในตระกูลหนังสยองขวัญไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว

@พริตตี้ปลาสลิด 

2.5 คะแนนจาก 5 คะแนน 

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ วิจารณ์หนัง POLTERGEIST ผีแฟนตาซีตกยุค

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook