Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

วิจารณ์หนัง Kong: Skull Island การบรรจบของวิทยาศาสตร์และตำนาน

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 5
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา



: Skull Island มีการเล่าเรื่องราวตามหนังสูตรสำเร็จของหนังผจญภัย การที่มนุษย์ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนลึกลับเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ แน่นอนพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตราย สัตว์ร้าย รวมไปถึงค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงแนวคิดของพวกเขาไปตลอดกาล


อย่างไรก็ตามด้วยพยายามสร้างแฟรนชายส์สัตว์ประหลาดของค่ายหนัง Legendary ซึ่งมีหนังนำร่องไปแล้วอย่าง Godzilla ก็เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจอยู่พอสมควร แต่หนังทั้งสองเรื่องยังคงประสบปัญหาในการเล่าเรื่องที่จัดได้ว่าจืดชืดและซ้ำซาก จนผู้ชมที่ผ่านตากับหนังแนวนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เกิดอาการเบื่อหน่ายบางช่วงบางตอนของหนัง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่บรรดามนุษย์ปรากฏตัวขึ้นบนจอ จัดได้เวลาเป็นช่วงเวลาที่แห้งแล้งเสน่ห์อย่างมาก


ที่น่าประหลาดใจก็คือ ยามที่ “คอง” ปรากฏตัวขึ้นบนจอ แม้ว่าเขาจะเป็นตัวละครที่ถูกคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเนรมิตรขึ้น แต่เขากลับทำหน้าที่ในการแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ละเอียดอ่อนไม่แพ้กับมนุษย์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาโกรธ ผิดหวัง หรือกระทั่งพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยได้พบพานมาก่อน ฉากเหล่านี้ทำให้คนดูแทบจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคองมากกว่ากลุ่มมนุษย์ด้วยกันเสียอีก


สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือหนังในเวอร์ชั่นนี้เลือกจะเล่าเหตุการณ์ในยุคสมัยหลังสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหล่าทหารอเมริกันกำลังโหยหา “มาตุภูมิ” บ้านเกิดของตัวเอง และจะมีพวกที่โดนสงครามกลืนกินจิตวิญญาณ เฉกเช่นตัวละครอย่าง เพรสตัน (แซมมวล เอล แจ็คสัน) ที่กระหายสงครามในทุกขณะจิต สิ่งที่แสดงให้คนดูเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือการที่เขาเลือกจะประจันหน้าและล้างแค้นให้กับเหล่าทหารในหน่วยความรับผิดชอบดูแลของเขาที่ต้องตายเพราะน้ำมือของคอง แต่เขาลืมนึกไปเสียสนิทว่า วินาทีแรกที่เขาเดินทางมายังเกาะหัวกะโหลกนั้น สิ่งแรกที่เขาทำหาใช่การสำรวจดินแดนอย่างสันติ แต่เป็นการทิ้งระเบิดนาปาล์มเสียจนสิ่งมีชีวิตบนเกาะตายจนเหี้ยนเตียน และนั่นทำให้ “คอง” ราชาของเกาะแห่งนี้ ต้องออกโรงปกป้องสิ่งมีชีวิตและคุ้มภัยบ้านเกิดของเขา


Kong: Skull Island จึงไม่ได้เป็นหนังที่พูดถึงแต่การผจญภัยในดินแดนลับแลแต่เพียงอย่างเดียว มันยังพูดถึงการ “รุกราน” ดินแดนของคนอเมริกา เฉกเช่นการล้างเผ่าพันธุ์ชาวอินเดียนแดง ที่พวกเขาเลือกจะอ้างความ “ไม่รู้” เพื่อเสาะแสวงในการเป็นเจ้าของดินแดน (เกาะหัวกะโหลก), การฉกฉวยทรัพยาการ (บรรดาน้ำมันดิบ, รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆ) และมันเป็นช่วงเวลาที่อเมริกากำลังพยายามแข่งขันความรู้ วิทยาการกับทางรัสเซีย ซึ่งตัวหนังก็เลือกนำเสนอและสะท้อนแนวคิดของคนในช่วงเวลานั้นออกมาได้น่าสนใจทีเดียว

@PRETTYPLASALID
2.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด