Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

ดูแล้วบอกต่อ THE BATTLESHIP ISLAND โฆษณาชวนเชื่อกับความบันเทิง

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

 

คำกล่าวที่ว่า “ผู้ชนะมักเขียนประวัติศาสตร์” นั้นเป็นเรื่องจริงอยู่เสมอ แต่บางครั้งการเป็นผู้แพ้ก็สามารถเขียนประวัติศาสตร์เรียกความสงสารและน่าเห็นใจได้เช่นเดียวกัน เรื่องราวเหล่านั้นขึ้นอยู่ที่ว่าถูกเล่าผ่านมุมมองของใคร และกำลังจะสื่อสารให้ใครมาเป็น “พวกเดียวกับผู้เล่า”

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังเกาหลีแล้ว คงไม่แคล้วการใส่ความ “ชาตินิยม” ในหนังกระแสหลักเกือบทุกเรื่องของประเทศนี้ (เช่นเดียวกันกับทีวีซีรีส์) ตัวละครใน   จึงถูกออกแบบมาให้แบนราบไร้มิติ (ขาวจัด ดำจัด) เหลือไว้แต่เพียงมัลนยอน (ลีจองฮยอน) เพียงคนเดียวที่หนังดูจะให้มิติของความเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจ แต่ในมิติของตัวละครนี้ก็ถูกออกแบบมาเพื่อชี้ให้คนดูเห็นถึงความระยำต่ำช้าของฝ่ายญี่ปุ่นมากขึ้นเท่านั้น

ความแบนราบที่เรากล่าวถึงนั้นคือตัวละครฝั่งคนญี่ปุ่น ที่กลายเป็นปีศาจร้ายไร้มนุษยธรรมแบบสุดขั้ว เล่นใหญ่โตโอฬารให้คนดูรู้กันไปเลยว่านี่น่ะร้ายแน่นอน ทำให้ความเป็นมนุษย์ของตัวละครญี่ปุ่นนั้นมลายหายสิ้นไปอย่างสิ้นเชิง และแน่นอนเมื่อถึงเวลาที่ฝ่ายเกาหลี “เอาคืน” คนดูก็จะได้รับแต่ความสะใจ

 

 

ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ของเกาะฮาชิมะในช่วงเวลาของท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2 อาจจะเป็นเรื่องจริง แต่แน่นอนว่ามันย่อมไม่ดูโอเว่อร์แบบในหนังเรื่อง THE BATTLESHIP ISLAND ซึ่งดูจากสภาพความเป็นอยู่แล้ว ไม่ว่าการใช้แรงงานเด็กแบบในช่วงต้นเรื่อง (ที่ดูยัดเยียดความเลวร้ายจนเกินพอดี) หรือกระทั่งการเขียนบทให้ผู้หญิงชาวเกาหลีต้องกลายเป็นโสเภณี ก็ยิ่งดูเกินความเป็นจริงจนน่าขัน (เมื่อลองมองจำนวนประชากรของเกาะฮาชิมะแล้ว จำเป็นแค่ไหนเชียวที่จะต้องมีซ่องโสเภณีเป็นผู้หญิงชาวเกาหลี ยิ่งนึกถึงความสมเหตุสมผลแล้วยิ่งตลก) ประกอบกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้วในส่วนของเรื่องเด็กและผู้หญิงยิ่งกลายเป็นการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ (ผ่านภาพยนตร์ที่เลอะเทอะที่สุด) แต่ในส่วนของแรงงานชายชาวเกาหลีที่อาจจะโดนใช้แรงงานหนักอย่างไร้มนุษยธรรมไปบ้าง อันนี้ยังพอน่าเชื่อถือได้

 

 

มองในแง่การปรุงแต่งเรื่องราวให้ดู “สนุก” THE BATTLESHIP ISLAND ก็เรียกได้ว่าเป็นหนังสูตรสำเร็จแนวเอาชีวิตรอดจากหายนะภัยตามแบบฉบับหนังเกาหลีที่มีความครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพระเอกหน้าหล่อที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ (ซง จุงกิ) พระรองและนางรองที่หล่อและสวยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม (โซ จีซบและลีจองฮยอน) ตัวละครประเภทครอบครัวพ่อ ลูก(ฮวัง จอง มินและคิม ซู อัน) เพื่อเอาไว้เรียกน้ำตาของคนดูและสร้างอารมณ์ร่วมในการเอาใจช่วยมากยิ่งขึ้น  ซึ่งในภาพรวมหนังสามารถเล่าเรื่องราวหลากชีวิตออกมาได้ลงตัว สนุก

ถ้าดูเพื่อความบันเทิงก็จัดได้ว่าไม่น่าผิดหวัง แต่ถ้าดูเพื่อเป็นข้อมูลความรู้เชิงประวัติศาสตร์แล้ว คงต้องบอกเลยว่า “ขี้โม้” ไปหลายเบอร์

 

           

 

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด