Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

ดูดีไหม DARK TOWER หนังดัดแปลงจากนิยายสตีเฟ่น คิง

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

 

 

ท่ามกลางช่วงที่หนังฟอร์มยักษ์ซบเซา และตลานหนังบ้านเราก็เงียบเหงาเกินที่จะต้อนรับแฟรนชายส์ใหม่ๆ แน่นอนในสัปดาห์นี้หนังที่ดูจะยึดครองพื้นที่บนโลกโซเชียลมีเดีย ก็คือหนังผีภาคต่อในจักรวาล The Conjuring อย่าง Annabelle Creation ที่เป็น Talk of the town กันไปแล้วเรียบร้อย แต่ในขณะเดียวกันยังมีหนังแอ็คชั่นอีกเรื่องที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้อย่าง มาทำความรู้จักกับหนังเรื่องนี้กันดีกว่า

 

 

 

1.หนังดัดแปลงมาจากนิยายของสตีเฟ่น คิง

The Dark Tower นิยายมหากาพย์ความยาวแปดเล่มที่เล่าถึงสงครามนิรันดร์ระหว่างธรรมะและอธรรม โดยมีชะตากรรมของหลายโลกเป็นเดิมพัน แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์หนังเลือกจะดัดแปลงนวนิยายทั้งหมดให้หดสั้นลงเหลือแค่เพียงหนังเรื่องเดียว (Lord of the Ring ก็ทำไม่ได้ !)

 

 

 

2.จากนวนิยายได้อิทธิพลมาจาก Lord of the Ring เต็มๆ

        สตีเฟ่น คิงเริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้ตอนสมัยอายุ 22 ปี เป็นช่วงเวลาที่เขาเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาสร้างตัวละครทั้งหมดนี่ที่อ้างอิงไปถึงมิดเวิลด์ ซึ่งเป็นโลกของหอคอยทมิฬ มันกลายเป็นจุดศูนย์กลางของโลกสมมติ ซึ่งตัวเขาเองยอมรับว่านวนิยายของ เจ อาร์ อาร์โทคีนอย่าง Lord of the Rings นั้นมีอิทธิพลกับการสร้างโลกสมมติของเขามาก แต่เพียงแค่ในเรื่องราวของเขาจะไม่ได้เป็นดินแดนแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเอลฟ์หรือออร์ค แต่เขาผสมผสานโลกแบบตะวันตกที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ของผู้กำกับคลินต์ อีสต์วู้ดอย่าง The Good, the Bad, and the Ugly

 

 

        

3.หนังเล่าเรื่องราวคลาสสิคระหว่างการต่อสู้ของธรรมมะและอธรรม

ตัวหนังเล่าเรื่องราวของ อัศวินปืนไวคนสุดท้าย โรแลนด์ เดสเชน (ไอดริส เอลบ้า) ได้ทำสงครามกับวอลเตอร์ โอ’ ดิม หรือจอมทมิฬ (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) มาเนิ่นนานแล้ว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหยุดยั้งเขาจากการโค่นหอคอยทมิฬ ซึ่งเป็นตัวประสานโลกต่างๆ เข้าด้วยกัน เมื่อมีชะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน ธรรมะและอธรรมจะมาเผชิญหน้ากันในสงครามครั้งสุดท้ายเมื่อมีแต่โรแลนด์เท่านั้นที่จะสามารถป้องกันหอคอยจากจอมทมิฬได้

 

 

 

4.นิยายสร้างแรงบันดาลใจให้กำเนิดผู้กำกับ

ผลงานวรรณกรรมนั้นสามารถสร้างสรรค์ให้คนกลายเป็นศิลปินได้ เช่นเดียวกันที่นิยายอย่าง The Dark Tower ได้สร้างแรงบันดาลใจให้หนุ่มน้อยชาวเดนมาร์กนิโคลัจ อาร์เซล ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ และด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะสร้างนิยายเรื่องนี้ให้กลายเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวในสักวันหนึ่ง ในสมัยเขาอายุ 13 ขวบ แม้ว่าภาษาที่ 1 ของเขาคือภาษาเดนมาร์ก แต่ด้วยความรักในการอ่านทำให้เขาขวนขวายหานิยายของสตีเฟ่น คิง ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาอ่าน และเขากล่าวว่าเพราะนิยายเล่มนี้คือ “ครูสอนภาษาอังกฤษ” ให้กับเขา

 

 

 

5.อะไรคือ “หอคอยทมิฬ”

ศูนย์กลางของเรื่องราวนี้คือหอคอยทมิฬ ที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครองโลกไม่ให้แตกสลาย ในที่นี้มันเหมือนเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่งทั้งปวง เป็นเหมือนแกนโลกที่ทำหน้าที่ในการหมุนให้สรรพสิ่งสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากแกนกลางของมันเกิดสูญสลายไป แน่นอนมันจะนำมาซึ่งหายนะ อัศวินปืนไวก็เป็นกลุ่มอัศวินโบราณที่อุทิศตนให้กับการคุ้มครองหอคอย แต่พวกเขาถูกกำจัดจนเหลือแค่คนเดียวคือโรแลนด์ และผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขาคือตัวแทนความหายนะ ผู้ต้องการจะถล่มหอคอย

 

 

 

6.เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวายร้ายต้องการทำลายสมดุล

หนังเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าหากปราศจากวายร้ายที่ต้องการถล่มหอคอย จักรวาลก็จะเข้าสู่ความโกลาหล ความอนธกาลและปีศาจจะปรากฏตัวขึ้นและจะครอบครองทุกอย่าง จักรวาลก็จะยังคงรักษาสมดุลย์เอาไว้ได้ ดังนั้น สิ่งที่วอลเตอร์ (แมทธิว แมคคอนนาเฮย์) จะทำคือการถล่มหอคอย

 

 

 

7.มิดเวิร์ลกับโลกที่คนทั่วไปเข้าถึงได้

การตีความวรรณกรรมให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่โลดแล่นอยู่บนจอหนังนั้น นิโคลัจ อาร์เซล ผู้กำกับของเรื่องเลือกจะ รักษาความสมจริงของมันเอาไว้ แม้โลกของมิดเวิร์ลจะมีความซับซ้อนและยิ่งใหญ่ แต่การดีไซน์ให้เรื่องราวเหล่านี้เข้าถึงคนดูได้ง่ายที่สุดคือการตัวละครและทุกๆ อย่างให้ความรู้สึกสมจริงเหมือนมันมีอยู่จริงในชีวิตประจำวัน ราวกับว่าใครๆ ก็สามารถเดินทางไปมิดเวิลด์ได้

 

 

 

8.พระเอกของเรื่องกับนักแสดงผิวสีอย่างไอดริส เอลบ้า

ถึงไอดริส เอลบ้าจะเป็นเทพอารักษ์ เฮมดัลใน Thor ตลอดทั้ง 2 ภาคที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เขาจะต้องมารับบทบาทเป็นโรแลนด์ เดสเชน หรือ อัศวินปืนไว เป็นเอลด์คนสุดท้าย เป็นทายาทของเหล่าอัศวินปืนไว ผู้พิทักษ์สันติและผู้ปกป้องหอคอย ซึ่งปกป้องจักรวาล หลังจากที่อัศวินปืนไวคนอื่นๆ ถูกสังหารจนหมดสิ้น ตอนนี้ โรแลนด์ก็ออกเดินทางเพื่อกอบกู้สิ่งที่หลงเหลืออยู่ของโลกของเขาด้วยการไปให้ถึงหอคอยลึกลับนี้

 

 

 

9.วอลเตอร์เป็นศัตรูลึกลับของโรแลนด์กับการรับบทร้ายครั้งสำคัญของแมทธิว แมคคอนนาเฮย์

 คนโรคจิตยุคปัจจุบันผู้ทำลายมิดเวิลด์ ตอนนี้ เขามีภารกิจที่จะนำหายนะสู่โลกทั้งมวล ซึ่งทำได้ด้วยการทำลายหอคอยวอลเตอร์ได้เดินทางไปยังโลกต่างๆ ผ่านหลายยุคหลายสมัย เขารู้จักนิวยอร์กร่วมสมัย และที่ที่เขาจะหาซื้อเบอร์เกอร์ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยเวทมนตร์ของเขา เขาก็สามารถไปที่ท้องพระโรงของกษัตริย์ที่ไหนซักแห่งได้ด้วย เขาคาดหวังจะเป็นใหญ่ในโลกแห่งความชั่วร้าย

 

 

 

10.เจค เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ที่เป็นตัวแทนของคนดู

เจค(ทอม เทย์เลอร์) เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ผู้ใช้ชีวิตธรรมดาอยู่ในนิวยอร์ก ซิตี้กับแม่ของเขา ลอรี (แคทเธอรีน วินนิค) และพ่อเลี้ยง ลอน (นิโคลัส พอลลิง) หลังจากถูกตามหลอนด้วยความฝันพิสดารที่เขาไม่เข้าใจ เขาก็ได้วาดภาพสเก็ตช์ของสิ่งเหลือเชื่อต่างๆ ที่เขาได้เห็น ทั้งอัศวินปืนไว จอมทมิฬ และโลกสุดขอบจินตนาการที่พวกเขาอาศัยอยู่ อย่างมิดเวิลด์ ที่เขาได้เห็นภาพของหอคอย เจคติดตามเงื่อนงำในความฝันของเขาและตามหาวิธีที่จะเดินทางไปยังมิดเวิลด์ ที่ซึ่งเขาตามหาตัวโรแลนด์ เดสเชน หลังจากได้พบกับอัศวินปืนไว เด็กหนุ่มก็ได้เข้ามาพัวพันกับการต่อสู้เพื่อคุ้มครองจักรวาล ที่ครอบคลุมมิติต่างๆ ตั้งแต่มิดเวิลด์ไปจนถึงนิวยอร์ก ซิตี้

 

 

 

11.ทำรายได้ขึ้นอันดับ 1 บนตารางบ๊อกซ์ออฟฟิศของอเมริกา

          หลังจากที่ The Dark Tower เปิดตัวในอเมริกาไปเมื่อวันที่ วันที่ 4-6 สิงหาคมที่ผ่านมาหนังสามารถทำเงินขึ้นอันดับ 1 บนตารางบ๊อกซ์ออฟฟิศในอเมริกาด้วยรายได้19 ล้านเหรียญโค่นแชมป์เก่าอย่าง Dunkrik ลง ทว่าหนังกลับได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบจากทั้งคนดูและนักวิจารณ์ถึงความ “เชย” ของตัวหนังเอง มาดูกันสิว่า เมื่อหนังเข้าฉายทั่วโลกแล้ว หนังจะสามารถคืนทุน 60 ล้านเหรียญได้หรือไม่

 

 

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด