Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

รีวิว Birth of the Dragon บทเรียนชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุดของ บรูซ ลี

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

 

Birth of the Dragon : บรูซ ลี มังกรผงาดโลก อีกหนึ่งหนังจากค่ายน้องใหม่อย่าง วชิโร ฟิล์ม (WM Film) นำเข้ามาฉาย ซึ่งเรื่องราวของ บรูซ ลี ที่ถูกหยิบมาเล่าใหม่คราวนี้ เน้นไปทางสารคดีชีวประวัติของครูมวยกังฟูผู้ล่วงลับ โดยโฟกัสไปที่การประลองกันระหว่าง บรูซ ลี หรือ หลี่เสี่ยวหลง กับ หว่อง แจ็คแมน ปรมาจารย์จากสำนักเส้าหลิน ผสมผสานแนวคิดที่มาพร้อมความสวยงามของศิลปการต่อสู้แบบกังฟูจีน และปรัชญาที่แตกต่างกันของ 2 ยอดฝีมือ

เนื้อหาหลัก ๆ ของเรื่องก็อิงตามเรื่องจริง คือการพูดถึง บรูซ ลี (ฟิลลิป อึ้ง) ในช่วงก่อนก้าวมาเป็นนักแสดงจอเงินโด่งดังระดับตำนาน ซึ่งเป็นช่วงที่เขาหลบหนีแก๊งค์มาเฟียในฮ่องกงเพื่อเอาชีวิตรอดจนกระทั่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดสำนักสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับฝรั่งอั้งม้อในย่านไชนาทาวน์ของชิคาโก เพื่อบรรลุเจตนารมณ์ก้าวแรกของตัวเองในการเป็นสตาร์ แต่ทางสำนักเส้าหลินไม่พอใจที่ ลี เอาวิชามวยจีนไปสอนคนต่างชาติผู้ซึ่งไม่มีวันเข้าใจปรัชญาที่แท้จริง และเกรงว่ามันจะถูกนำไปใช้แบบผิด ๆ นั่นเลยเป็นที่มาให้ หว่อง แจ็คแมน (เซียหยู) ต้องเดินทางมาตามหา ลี ถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อหยุดยั้ง บรูซ ลี

ตัวของ บรูซ ลี เองก็หวาดหวั่นว่าตัว หว่อง เองจะมาขวางกั้นความฝันของเขาในการเผยแพร่วิชากังฟู เมื่ออัดอั้นตันใจมาตลอดจึงขอท้าดวลกับ หว่อง เพื่อให้รู้ดำรู้แดงไปเลย นอกจากนี้ ยังมีพลอตย่อย ๆ ที่ทำให้ ลี และ หว่อง ต้องร่วมมือกันช่วยพนักงานสาวเสิร์ฟชาวจีน (จิงจิง ชู) ออกมาเป็นอิสระจากแก๊งค์ผู้มีอิทธิพลของเจ๊บลอสซัม (จิน ซิง) ซึ่งกำลังจะขายเธอไปอยู่ซ่อง โดยมี สตีฟ แม็คกี้ (บิลลี แมกนุสเซน) ลูกศิษย์ของทั้ง ลี และ หว่อง มาเป็นตัวเดินเรื่องและเชื่อมความสัมพันธ์ของตัวละครคนละขั้วในเรื่องนี้ในแบบ ‘คนสังเกตการณ์’ ซึ่งแน่นอนว่า การประลองฝีมือระหว่าง บรูซ ลี และ แจ็ค หม่า เอ้ย หว่อง แจ็คแมน คือจุดเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะการต่อสู้จีนในเวทีโลก

หนังเรื่องนี้ หลัก ๆ เลยคงต้องพูดถึง ฟิลลิป อึ้ง ที่ก่อนหน้านี้สร้างชื่อแจ้งเกิดกับบท หม่าหย่งเจิน ใน Once Upon a Time in Shanghai (2014) ซึ่งถือว่าเป็นการแคสที่ดี ทั้งรูปร่างหน้าตา ลักษณะท่าทาง โดยเฉพาะความกวนอวัยวะเบื้องล่าง มีออร่าของความเป็น บรูซ ลี อยู่ในตัว และด้วยความที่เนื้อหาโดยพื้นฐานแล้วมันไม่ได้มีรายละเอียดอะไรซับซ้อนหรือน่าสนใจให้หยิบมาเล่า หรือหยิบมาปรุงแต่งได้เพิ่มมากนัก ก็แทบจะบอกได้เลยว่า พลอตเรื่องหรือตัวละครสมมติต่าง ๆ นั้นใส่มาเพื่อเป็น ก้อนหิน ต้นไม้ ก้อนเมฆ หรือพร๊อบประกอบฉากของ บรูซ ลี และ หว่อง แจ็คแมน เท่านั้นแหละ เพราะบอกตามตรงว่า แม่งไม่อินกับพวกมันเลย แถมหลายฉากที่หนังใส่มานี่ เกือบ ๆ จะทำเอาเคลิ้มหลับไปแล้วถ้าไม่ติดว่ามาดูหนังไปรีวิว (ฮา)

จุดขายของหนังเดียว คือการต่อสู้ของ บรูซ ลี และ หว่อง แจ็คแมน หนังทำได้ดีในเรื่องของการปูแบ็คกราวน์ ความอัดอั้นตันใจของ ลี ที่อยากจะตัดสินกับ หว่อง นั้น ตรงนี้ทำได้น่าติดตาม เพราะหนังเล่าออกมาให้ หว่อง ดูมีของ ไม่ธรรมดา น่าค้นหา และแอบ ๆ จะดูเหนือกว่า บรูซ ลี ที่หงายไพ่ออกมาหมดแล้วตั้งแต่ต้น ซึ่งสำหรับตัวละครของ หว่อง ส่วนตัวคิดว่า มีมิติ มีความกลม จับต้องได้มากที่สุดในเรื่องแล้ว แต่ส่วนที่เหลือก็แบนราบกันไปหมด ตรงนี้เป็นจุดที่ส่วนตัวรู้สึกเสียดายแทน ฟิลลิป อึ้ง เหมือนกัน และที่ผิดหวังกว่านั้น คือ ฉากต่อสู้ของทั้งคู่นั้น มันยังไปไม่สุดจริง ๆ การดีไซน์คิวบู๊ ถ้าจะเอามาตรฐานของชื่อ บรูซ ลี มาแปะแล้ว นี่ถือว่าฉากบู๊ยังง่อยไปหน่อย จริง ๆ ไม่แย่ พอมีฉากให้ว้าวกันอยู่ 2-3 ฉาก แต่มันก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นตราตรึงเหมือนที่ควรจะเป็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของฉากทลายแก๊งค์ที่ควรเป็นไคลแม็กซ์แล้วนั้น..

ศพแรกผ่านไป ศพสองศพสามค่อยๆ ผ่านไป .. ก็ยังไม่สามารถทลายความง่วงออกไปได้เลย แล้วก็อีกจุดหนึ่งที่ทำออกมาแล้วเชยระเบิดนาปาล์มมากก็คือ การสอดแทรกข้อคิดปรัชญานี่แหละ มันช่างดูยัดเยียดไปเหลือเกิน จังหวะหนังไม่ลงล็อก มุกเมิก ชั้นเชิงไม่มี แม้ว่ามันจะไม่ได้ประเจิดประเจ้อ ดูเสร่ออะไรขนาดนั้น แต่ว่าไหน ๆ ก็ต้องวิจารณ์แล้ว หนังแนวกึ่งสารคดีเดี๋ยวนี้เขาทำสนุกน่าดูกว่าหนังบล็อกบัสเตอร์เยอะแยะ มันมีแต่ความเสียดายสำหรับ บรูซ ลี ที่ไหน ๆ จะเชิดชูฮีโร่กันแล้วก็คิดว่ายังต่อยอดไปได้ไกลกว่านี้สักหน่อย แต่ก็ถือว่ายังพอดูเอาสนุก เพลิน ๆ ไปได้ ไม่เลวร้ายถึงขนาดต้องฟูมฟายเสียดายค่าตั๋วขนาดนั้น

สิ่งเดียวที่ชอบในหนังเรื่องนี้ คงอยู่ที่การกลั่นเอาสิ่งที่ได้จากการต่อสู้ของคนทั้งสอง พูดง่าย ๆ นี่ก็คือหนัง coming of age ของ บรูซ ลี กับมุมมองความมั่นใจ ความทระนงตน น้ำเต็มแก้ว หรือ การเอาตัวเองมาเป็นศูนย์กลางของโลกนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไปในแบบที่ยังรักษาความเป็นตัวตนของ บรูซ ลี ได้ดี ซึ่งนี่เป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คล้าย ๆ ประหนึ่งการฉากเบื้องหลังการถ่ายทำก่อนที่โลกจะรู้จัก บรูซ ลี ในอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด