Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

IT แรง! ทำสถิติหนังสยองขวัญเรท R ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาล

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

เรียกได้ว่าเป็นปีทองของหนังสยองขวัญภาคต่อ รีเมค รีบูทอย่างมาก เพราะแต่ละเรื่องที่เข้าฉายในอเมริกาและทั่วโลกต่างก็ได้รับความนิยมจากแฟนหนังอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย

 

 

สำหรับหนังสยองขวัญที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของสตีเฟ่น คิง อย่าง ที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์มาแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ สามารถเดินหน้าทำเงินอย่างถล่มทลาย และสามารถโค่นแชมป์หนังสยองขวัญเรท R เรื่องดังในอดีตอย่าง The Exorcist ของปี 1973 ผลงานการกำกับวิลเลียม เฟรดคินส์ โดยหนังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นบทบันทึกในยุคสมัยนั้นว่าเป็นหนังสยองขวัญที่คุกคามคนดูอย่างรุนแรง ผู้ชมหลายคนขั้นกลัวจนร้องไห้และเกิดอาการเกร็งคาจอหนังจนต้องส่งโรงพยาบาลไปหลายราย (ถ้าหยิบหนังเรื่องดังกล่าวเอามาดูในสมัยปัจจุบันอาจจะรู้สึกว่าเป็นหนังตลกมากกว่าหนังสยองขวัญก็ได้ เนื่องจากความเชยของยุคสมัยนั่นเอง) แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้หนัง The Exorcist ทำเงินถล่มทลายนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ “กลัว” แบบปากต่อปากจนทำให้คนดูอยากสัมผัสปรากฏการณ์แบบนั้นด้วยตัวเองมากกว่าจะฟังเอาจากคนที่ไปดูมาแล้ว พูดง่ายๆว่ามันเป็น “หนังกระแส” ที่ทำให้คนทั่วไปอยากจะดูนั่นแหละ

ทว่าสำหรับ IT มีความแตกต่างจาก The Exorcist ค่อนข้างมาก แม้ว่าหนังเรื่องนี้ถึงจะเป็นหนังสยองขวัญเรท R ก็ตาม แต่หน้าหนังที่เป็นมิตรกับผู้ชม มีปัจจัยหลายประการที่เอื้อให้หนังเรื่องนี้สามารถ “ฮิต” ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการดัดแปลงมาจากนวนิยายของสตีเฟ่น คิง ได้รับการสร้างเป็นมินิซีรีส์มาก่อน ความรุนแรงที่น้อยกว่า ผู้ชมสามารถกลับมาดูซ้ำได้โดยไม่ต้องสัมผัสความกดดันและเครียดแบบ The Exorcist รวมไปถึง IT ยังเพียบพร้อมไปด้วย “สัญญะ” ที่ชี้ชวนคนดูตีความ และไม่ได้ยากเย็นเคร่งเครียดจนเกินการทำความเข้าใจ

เมื่อนับตามสถิติแล้ว ตอนนี้ IT สามารถทำรายได้ 236.3 ล้านเหรียญ ส่วน The Exorcist สามารถทำรายได้จนสิ้นสุดการฉายที่ 232.9 ล้านเหรียญ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบเป็นอัตราเงินในช่วงปี 1973 (ปรับลดตามค่าอัตราเงินเฟ้อ) แล้ว The Exorcist นั้นจะทำเงินราวๆ 983.2 ล้านเหรียญเลยทีเดียว และแน่นอนว่า IT คงไม่น่าจะสามารถทำเงินได้ระดับเดียวกันอย่างแน่นอน และถ้านับรายได้รวมของ The Exorcist จากการเข้าฉายทั่วโลกแล้วหนังจะทำเงินอยู่ที่ 441.3 ล้านเหรียญ ส่วนตอนนี้ IT สามารถทำรายได้ทั่วโลกได้ที่ประมาณ 404.3 ล้านเหรียญและเมื่อปิดการฉายคิดว่าหนังน่าจะสามารถทำรายได้ ได้มากกว่า The Exorcist อย่างแน่นอน

 

 

IT กับฉากที่ถูกตัดออกไปความยาวกว่า 15 นาที

ผู้กำกับอย่างแอนดี้ มัสเชตตี้ เปิดเผยว่า IT อาจจะมีหนังในเวอร์ชั่น director’s cut ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่สมบรูณ์กว่า ยาวกว่า มีฉากพิเศษที่ถูกตัดออกไปในเวอร์ชั่นฉายในโรงภาพยนตร์ และเราอาจจะได้ดูเวอร์ชั่นนี้ใน DVD แลพ บลูเรย์นั่นเอง ตัวอย่างฉากที่มีความจำเป็นต้องถูกตัดออกเช่น ฉากของตัวละครสแตนลีย์ ยูริชต้องเข้าร่วมพิธีมิชวาและกล่าวโทษเหล่าผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตของเมืองเดอรี่ (อันเป็นที่มาของเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆนานา การหายตัวไปของเด็กๆ) ยิ่งไปกว่านั้นจะมีฉากสนุกๆที่สะท้อนความสนุกสนานของกลุ่มเด็กขี้แพ้ในเรื่อง

 

 

 

ความสำเร็จสู่ภาคต่อ (และอาจจะมีภาคแยก)

แน่นอนว่าความสำเร็จของ IT ภาคแรกนั้นจะนำมาซึ่งเรื่องราวต่อเนื่องใน Chapter 2 ซึ่งวางกำหนดฉายไว้ราวๆปี 2019 และนักแสดงเด็กแต่ละคนก็ได้วาดภาพเอาไว้ว่าอยากให้ดาราผู้ใหญ่คนไหนมารับบาทเป็นตัวเองในตอนโต และสำหรับเรื่องราวของพวกกลุ่มเด็กขี้แพ้กลุ่มนี้ตอนที่พวกเขาโตนั้น จะมีโทนหนังที่มืดหม่นขึ้น น่ากลัวยิ่งขึ้น ยังไม่รวมไปถึงความพยายามของสตูดิโอในการเจรจากับสตีเฟ่น คิงเพื่อนำตัวละครใน IT มาต่อยอดเพื่อเล่าเรื่องราวเป็นภาคแยก โดยตัวละครที่ค่ายหนังสนใจมากก็คือสาวเบเวอลีย์ มาร์ช นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าตัวละครนี้ได้รับความสนใจมากในเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ปมความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อนั้น ก็เรียกได้ว่าน่าค้นหา อีกทั้งช่วงเวลาที่เธอจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ (เหตุการณ์ก่อน Chapter 2) นั้นก็เรียกว่ายังมีอะไรให้ต่อยอดและสามารถหยิบมาเล่าเป็นเรื่องราวได้

ความพยายามของสตูดิโอวอร์เนอร์นั้นคือความพยายามในการจะสร้างจักรวาลของสตีเฟ่น คิง แบบเดียวกับที่ประสบความสำเร็จมาแล้วกับจักรวาลผีของผู้กำกับ เจมส์ วานนั่นเอง

 

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด