Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

10 เรื่องน่ารู้ก่อนโกงความตายใน FLATLINERS

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

เรามักจะเคยได้ยินเรื่องราวที่ผู้ป่วยในสภาวะวิกฤตหลายรายสามารถพื้นคืนชีพหลังจากที่ชีพจรหยุดเต้นไปเป็นเวลาหนึ่ง ราวกับปาฏิหาริย์ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีการทดลอง “ตาย” และปลุกชีพตัวเองให้กลับมามีชีพจรอีกครั้ง

 

 

 

1.เกิดอะไรใน เวอร์ชั่นปี 1990

FLATLINERS หรือในชื่อภาษาไทยว่า “ขอตายวูบเดียว” หนังฮิตในยุค 90 ที่นำแสดงโดยดาราวัยรุ่นชื่อดังในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็น จูเลีย โรเบิร์ต เควิน เบคอน คีเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์และวิลเลียม บาลด์วิน โดยเนลสัน (คีเฟอร์) พยายามทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ Near Death Experience แปลเป็นไทยคือ “ภาวะใกล้ความตาย” ซึ่งทั้งสี่จึงรวมหัวทำการทดลองท้าตายด้วยการทำให้หัวใจตัวเองหยุดเต้น ก่อนจะได้รับการปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยแต่ละครั้งเดิมพันของพวกเขาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้หนังจะไม่ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวกนัก แต่ผลงานการกำกับของโจเอล ชูมักเกอร์ เรื่องนี้ก็ได้รับความนิยมมากในเวลาต่อมา

 

 

2.เกิดอะไรใน FLATLINERS เวอร์ชั่นปี 2017

นักศึกษาแพทย์ห้าคน ผู้หมกมุ่นกับความลี้ลับของสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของชีวิต ได้ทำการทดลองที่สุดท้าทายและเสี่ยงอันตราย ด้วยการหยุดการเต้นหัวใจของพวกเขาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งแต่ละครั้งกระตุ้นให้เกิดประสบการณ์เฉียดตาย ทำให้พวกเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกของชีวิตหลังความตายด้วยตัวเอง แต่เมื่อการทดลองของพวกเขาเริ่มเสี่ยงอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาแต่ละคนก็ได้เผชิญหน้ากับบาปในอดีตของพวกเขา ซึ่งเกิดขึ้นจากผลลัพธ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ของการรุกล้ำไปยังอีกด้านหนึ่งของความตาย

 

 

3.ความอยากมีตัวตนของคนยุคใหม่

อะไรที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้คนเราทดลองทำสิ่งที่อันตรายขนาดนั้นได้ จะมีอะไรนอกเสียจากผลลัพธ์ที่เย้ายวนใจของการคิดค้นสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำให้พวกเขามีชื่อเสียง การที่ตัวละครหลักของเรื่องพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับโลกหลังความตายอาจจะเป็นการค้นพบทางการแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษเลย

 

 

4.การค้นพบกับสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน

สิ่งที่นักศึกษาแพทย์ได้พบเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดหวัง หลังจากที่พวกเขาปล่อยให้หัวใจหยุดเต้นและเผชิญหน้ากับความตาย พวกเขาไม่เพียงแต่ได้สัมผัสว่าชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ในการเดินทางไปสู่อาณาจักรแห่งความตาย พวกเขากลับมาด้วยความสามารถที่พัฒนาขึ้น ค่าตอบแทนในการไปสู่โลกแห่งความตายนั้นก็สูงลิบลิ่ว ขณะที่พวกเขาเผชิญหน้ากับความตายและการฟื้นคืนชีพ พวกเขาก็ถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับการกระทำที่น่าเสียใจในอดีตของพวกเขาด้วยเช่นกัน

 

 

5.นีลส์ อาร์เดน ออพเลฟ  ผู้กำกับจากยุโรป

นีลส์ อาร์เดน ออพเลฟ ผู้กำกับจากประเทศเดนมาร์กที่มีผลงานหนังสร้างชื่อเสียงอย่าง Millennium: Girl With the Dragon Tattoo ซึ่งเป็นภาพยนตร์สแกนดิเนเวียนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลในปี 2009 ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในอเมริกา เพื่อกำกับซีรีส์ โดยการเซ็นสัญญากับช่องบีเอสในปี 2013 และกำกับตอนไพล็อตซีรีส์เรื่อง  “Under the Dome” ที่สร้างจากนิยายคัลท์โดยสตีเฟน คิง เขาได้กำกับ “Mr. Robot” รวมไปถึงมีผลงานการกำกับภาพยนตร์ในปี 2013 เรื่อง Dead Man Down และเรื่องล่าสุดกับ Flatliners โดยเขามีแนวคิดต่อหนังเรื่องนี้ว่า เขาอยากนำความคิดอ่านแบบนักเขียนยุโรปที่วิเศษสุดเข้าไปในทริลเลอร์พาณิชย์สัญชาติอเมริกัน

 

 

6.ความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์กับหนังต้นฉบับ

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตลอดกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา ดังนั้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ต้องมีการพัฒนา Flatliners มีองค์ประกอบแบบเรื่องเหนือธรรมชาติ ที่มีทั้งเรื่องสนุกและน่ากลัว แต่ภายในนั้นต้องเป็นเรื่องที่เชื่อได้จริงๆ ซึ่งในเรื่องนั้นจะมีฉากที่ตัวละครจะต้องทำการทดลองด้านการแพทย์อยู่ที่ ห้องหลุมหลบภัยลับที่ซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินของศูนย์การแพทย์ไทรนิตี้ เอ็มมานูเอล ซึ่งเป็นสถานที่ทำการทดลองให้หัวใจหยุดเต้น ในหลุมหลบภัยที่ห่างไกลผู้คนและถูกลืมเลือนนี้

ไอเดียของทีมงานก็คือพวกเขากำลังทำการหยุดการเต้นของหัวใจในบริเวณของโรงพยาบาลที่ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น ด้วยเหตุนั้น มันก็เลยมีส่วนผสมผสานของอุปกรณ์เก่าและใหม่ด้านบนอของโรงพยาบาลในห้องที่ทันสมัยมากๆ พวกเขามีแผ่นแปะเพื่อกระตุ้นหัวใจอันเป็นอุปกรณ์ใหม่ แต่ด้านล่าง ในหลุมหลบภัย พวกเขายังใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบดั้งเดิมกันอยู่นั่นเอง

 

 

7.เอลเลน เพจกับบทบาทนางเอกหัวโจกของเรื่อง

เอลเลน เพจ รับบท คอร์ทนีย์ หญิงสาวซับซ้อน ผู้เกลี้ยกล่อมให้เพื่อนๆ ติดตามเธอในการค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย เธอถูกตามหลอนด้วยความผิดที่เธอรู้สึกจากการเป็นคนขับรถในตอนที่น้องสาวเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน และเธอก็แบกรับน้ำหนักนั้นมาตลอด นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอหลงใหลในชีวิตหลังความตาย เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าน้องสาวเธอไปสู่สุคติแล้ว และเธอก็เต็มใจที่จะทำถึงขั้นที่ทดลองกับตัวเอง หลังจากที่หัวใจเธอหยุดเต้น เธอก็พบช่วงเวลาของความสุข ความรู้สึกแบบที่คุณรู้สึกหลังจากคุณผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากมาแล้ว เธอเปิดตัวเองออก เธอเริ่มรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและอิสรภาพ แต่เธอก็เริ่มที่จะสัมผัสถึงทุกอย่างที่เธอรู้สึกภายใน และเปลือกด้านนอกของเธอก็เริ่มถูกกะเทาะออกมา

 

 

8.ดิเอโก้ ลูนา ผู้ชายแสนซับซ้อน

ดิเอโก้ ลูนา รับบทเรย์  เขาก็แข็งกระด้างกว่า เขาไม่ได้โตมาแบบอภิสิทธิชน ไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนไอวี ลีค เขาเป็นพนักงานดับเพลิงที่เห็นความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานมาเยอะ ตอนแรก เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนๆ ของเขาถึงอยากจะทำการทดลองในแบบที่เขาพบว่าเสี่ยงตายและท้าทาย แต่ท้ายที่สุด เขาก็อดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมกับการทดลองครั้งนี้ เขาก็เป็นหมอและความอยากรู้อยากเห็นก็เข้าครอบงำเขา ไอเดียของการได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์ที่เสี่ยงอันตรายเหลือเกินเป็นสิ่งที่ดึงดูดเขา เรย์ไม่สนใจในเรื่องการทำให้หัวใจหยุดเต้น แต่การดึงผู้คนพวกนี้กลับจากความตายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับเขา มันทำให้เขารู้สึกทรงพลังในเวลาเดียวกัน

 

 

 

9.สาวสวยผู้น่าหมั่นไส้กับบทของนีนา โดเบรฟ

นีนา โดเบรฟรับบทมาร์โล เด็กสาวที่คนดูอยากจะเกลียดเพราะเธอมีพร้อมทุกอย่าง เธอทั้งสวย ฉลาด และร่ำรวย แต่เธอก็ใส่อารมณ์ขันเข้าไปในทุกอย่างที่เธอทำ เธอเป็นตัวละครผู้หญิงที่หน้าตาน่ามอง แต่ในขณะเดียวกันความใสซื่อและความอยากรู้อยากเห็นของตัวละครนี้นำมาซึ่งเรื่องอันตรายเกินคาด

 

 

10.การกลับมาร่วมแสดงของคีเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์

(มีการสปอยล์เนื้อหาในหนังปี 1990 และปี 2017)

สำหรับแฟนหนังในรุ่นปี 1990 คงจะทราบกันดีว่า คีเฟอร์ ซุทเธอร์แลนด์ ซึ่งเขารับบทเป็นเนลสัน หนึ่งในทีมท้าตาย ซึ่งเขาก็ทดลองวิธีการ “ตายวูบเดียว” ไปหลายครั้งและกลับมาพร้อมกับอาการจิตหลอน แต่ในเวอร์ชั่นปี 2017 เขากลายเป็นตัวละครที่ชื่อ ดร.แบร์รี่ วูลฟ์สัน ซึ่งในหนังเวอร์ชั่นล่าสุดไม่มีฉากไหนที่เชื่อมโยงเลยว่าตัวละครนี้เป็นตัวละครที่มีความเชื่อมโยงกับตัวละครในเวอร์ชั่นปี 1990 แต่ล่าสุดผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์ว่าหนังในเวอร์ชั่นที่กำลังฉายในโรงภาพยนตร์นั้นมีการตัดทอนฉากตอนจบซึ่งจะเป็นฉากที่มีการอธิบายความเชื่อมโยงของตัวละครนี้กับตัวละครในเวอร์ชั่นก่อน แต่สาเหตุที่ต้องตัดออกไปก็เพราะกลัวคนดูรุ่นใหม่ไม่เข้าใจว่าหนังกำลังอธิบายเหตุผลอะไรอยู่นั่นเอง

 

 

 

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด