Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

รีวิว Only The Brave เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

 

 

หนังอย่าง นั้นสามารถจัดกลุ่มหนังเรื่องนี้ให้อยู่ภายใต้หมวดหมู่หนังซูเปอร์ฮีโร่ได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะแท้ที่จริงแล้วตัวละครที่ปรากฏตัวอยู่ในหนังล้วนแล้วแต่เป็นเหล่า “ผู้กล้า” ในชีวิตจริง เพียงแค่พวกเขาไม่ได้มีพลังวิเศษแบบเหล่ายอดมนุษย์จากค่ายดีซีหรือมาร์เวล หากแต่พวกเขามีจิตวิญญาณของวีรบุรุษที่ต้องการปกป้องคนในสังคมให้ปลอดภัยจากอันตรายที่เรียกว่าไฟป่า

Only the Brave อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของหน่วย Granite Mountain Hotshots ซึ่งพวกเขาคือนักผจญเพลิงกลุ่มสำคัญในเหตุการณ์การผจญเพลิงนรกบนเนินเขายาร์เนล (Yarnell Hill Fire) ในปี 2013 ที่ว่ากันว่ามันคือไฟป่าครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา

ตัวหนังเรื่องนี้จะโฟกัสไปที่ตัวละครอย่างอีริค มาร์ช (จอร์จ โบรลิน) หัวหน้าของหน่วยดับเพลิงและเบรนแดน แมคดาน่าห์ (ไมลส์ เทลเลอร์) เป็นหลัก รวมไปถึงหนังยังพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับบรรดานักดับเพลิงคนอื่นๆในทีมว่าพวกเขามีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในทีมอย่างไร ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาและครอบครัวมีสภาพแบบไหน

 

 

ตัวละครที่น่าสนใจอย่างเบรนแดนนั้น ฉากแรกที่ผู้ชมได้เห็นเขาก็คือ เขาติดยาและมีสภาพไม่ต่างอะไรจากเด็กมีปัญหาที่ไม่ยอมเติบโต จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ของเขาได้ยื่นคำขาดว่าจะไม่เลี้ยงดูเขาต่อไปและให้เขาออกจากบ้านไปใช้ชีวิตเป็นของตนเอง ทุกอย่างไม่ง่ายเมื่อเขาได้ทราบข่าวว่านาตาเลีย จอห์นสัน (นาตาเลีย ฮอลล์) หญิงสาวที่ตนเคยมีสัมพันธ์ชั่วค้างคืนได้ตั้งท้องลูกสาวของตนกว่า 5 เดือน เขาจึงเริ่มมองหางาน และนั่นทำให้เขาตัดสินไปสมัครเข้าหน่วยดับเพลิง

เบรนเดนเป็นตัวละครประเภทเด็กหลงผิด เขามีแนวคิดที่ว่าตัวเองไม่สามารถเข้ากับใครได้ จนกระทั่ง อีริคได้ยื่นโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อเข้าร่วมกับทีม แม้ว่าเริ่มแรกบรรดาคนในทีมอาจจะมองว่าเบรนเดนนั้นไม่มีอะไรที่เหมาะกับทีมแม้แต่น้อยทั้งรูปร่างที่ผอมแห้ง(เพราะเขาติดยา) ไม่มีกล้ามเนื้อ ไม่มีอะไรที่จะช่วยเหลือทีมได้เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นและเป็นคนที่สามารถเผื่อแผ่ “น้ำใจ” ให้กับคนรอบข้างได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าคนอื่นเลย

 

 

แม้ Only the Brave อาจจะค่อนข้างเป็นหนังดราม่าที่แทรกฉากการทำภารกิจดับเพลิงเข้ามาเป็นระยะๆ แม้ว่าช่วงแรกของหนังอาจจะเนิบช้าไปบ้าง แต่การที่หนังทำให้คนดูรู้จักกับบรรดาตัวละคร ส่งผลให้ช่วงท้ายของหนังในฉากไคลแมกซ์ “ทำงาน” กับคนดูเป็นอย่างมาก เมื่อเราสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของคนอย่างเบรนเดนในสภาวะคนที่แบกโลกทั้งใบไว้ ในภารกิจ Yarnell Hill Fire และทุกอย่างได้พังครืนลงมาในวูบเดียว

หนังเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นแค่หนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริงธรรมดาเท่านั้น มันยังมอบแนวคิดและกำลังใจให้กับคนที่ครั้งหนึ่งเคย “ล้มเหลว” ในชีวิตแต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและก้าวเดินใหม่อีกครั้ง

 

 

ติดตาม Sanook! Movie

ขึ้นไปบนสุด