Behind the Scene :
คิตาโน เผย รอสิบปีกว่ากว่าจะได้ทำ Takeshis
ไม่เฉพาะแต่การล้างแค้นเท่านั้นที่รอสิบปีไม่สาย ทว่าสำหรับบางความฝันแล้ว...หากเจ้าของฝันมุ่งมั่นและอดทนมากพอ ต่อให้ต้องรอเป็นสิบปีก็ยังมีหวัง ว่าความฝันจะเป็นจริงได้เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ดู ทาเกชิ คิตาโน นักแสดง/ผู้กำกับระดับหัวแถวของญี่ปุ่น เป็นตัวอย่าง
ในปี 2005 คิตาโนมีผลงานกำกับเรื่องใหม่และยังคงเป็นเรื่องล่าสุดของเขาจนปัจจุบัน ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังเวนิซ โดยได้รับเลือกให้ฉายในสายประกวดเพื่อชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หนังเรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า Takeshis ซึ่งยังคงเป็นหนังเพี้ยนๆ และมีอารมณ์ขันไม่น้อยหน้าผลงานชิ้นก่อนๆ ของคิตาโน และแน่นอน มันได้รับเสียงตอบรับในทางบวกจากแฟนๆ ของเขาอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม คิตาโนเปิดเผยในภายหลังว่า กว่าจะได้เห็น Takeshis คลอดออกมาเป็นรูปเป็นร่างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในความเป็นจริง พล็อตหนังเรื่องนี้ผุดกระเด้งขึ้นในหัวของเขามาตั้งสิบกว่าปี ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ Sonatine ผลงานกำกับชิ้นที่ 4 เมื่อปี 1993 โน่น
คิตาโนเล่าว่า ในครั้งนั้นเขายังเรียกชื่อหนังเรื่องนี้ว่า Fractals ส่วนเนื้อหานั้นจะสับสนมึนงงชนิดที่เล่าไปก็งงไป กล่าวคือ คิตาโนตั้งใจจะให้ Fractals เล่าเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ได้เห็นตัวตนของตนเองคนแล้วคนเล่า เดินหลงเข้าสู่โลกจินตนาการครั้งแล้วครั้งเล่าไม่จบไม่สิ้น
เป็นเพราะความมึนงงชวนให้สับสนของ Fractals นั่นเอง ทำให้แม้คิตาโนจะทั้งขู่ทั้งปลอบทั้งขอร้องแกมบังคับโปรดิวเซอร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่เคยมีใครยอมเปิดไฟเขียวอนุมัติให้เขาได้ทำหนังเรื่องนี้สักที
เป็นผู้กำกับบางคน เจอคำเซย์โนครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ อาจท้อถอย โยนโปรเจกต์ลงถังขยะไปแล้ว...แต่คิตาโนไม่ เขาพยายามดัดแปลงแก้ไขพล็อตเรื่องเสียใหม่ให้มีความสับสนน้อยลง และยังคงเพียรพยายามตะล่อมนายทุนให้อนุมัติโปรเจกต์นี้เป็นระยะๆ
จนท้ายที่สุด หลังสิบกว่าปีผ่านพ้น คิตาโนโด่งดังจากผลงานกำกับเรื่องแล้วเรื่องเล่าหลายต่อหลายชิ้น ท้ายที่สุด โครงการดังกล่าวก็ขายนายทุนผ่านฉลุย และกลายมาเป็นหนังที่มึนน้อยลง ซับซ้อนน้อยลง ทว่าอารมณ์ขัน ความสนุกสนาน ความบ้า และความทะเยอทะยาน ยังมากเท่าเดิม ที่ชื่อ Takeshis เรื่องนี้
และแน่นอนว่า เสียงตอบรับจากแฟนๆ ที่มีต่อ Takeshis ได้พิสูจน์ให้รู้ว่า การรอคอยกว่าสิบปีของคิตาโนครั้งนี้...คุ้มค่าเหลือเกิน Takeshis เข้าฉาย 11 มกราคมนี้ ที่ ลิโด เท่านั้น
|
|
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง
|
|
|
|
|