สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   วอลเปเปอร์ยอดฮิต   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์
    เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์
 
Behind the Scene :
บทสัมภาษณ์แรมโบ้ 4

John Rambo (Rambo IV) Interview
สัมภาษณ์พิเศษ คำต่อคำของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน


1. ช่วยเล่าบทโดยคราวๆให้ฟังหน่อย

ตอบ : เรื่องย่อ แรมโบ้ภาคนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของแรมโบ้ หลังจากที่เมื่อ 18 ปีก่อน แรมโบ้ภาค 3 ได้เดินหายไปในป่าแห่งหนึ่งในประเทศไทย และมีคนพบว่าแรมโบ้ใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย เป็นคนจับงูหาเลี้ยงชีพอยู่ที่ภาคเหนือของประเทศไทยเรื่องราวการผจญภัยและต่อสู่ของแรมโบ้จะเกิดขึ้นจากตรงนี้
ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ได้กล่าวว่า เมื่อประมาณ 1 ปี ครึ่งที่ผ่านมาซึ่งผมกำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง Rocky BaBou ผมมีความรู้สึกอยากที่จะทำหนัง Action ดี ๆ ที่มาจากปัญหาจริง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาของประเทศพม่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

2. ทำไม่ถึงเลือกเมืองไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ

ตอบ : จริง ๆ แล้วผมมีความตั้งใจที่อยากจะเข้ามาถ่ายทำแรมโบ้ 2 ในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่ในที่สุดแรมโบ้ 2 ก็ได้ไปถ่ายทำในประเทศ Mexico เพราะด้วยเหตุผลบางประการ มาครั้งนี้ John Rambo เนื้อเรื่องมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศพม่าและบทก็มีความเกี่ยวข้องกับเมืองไทยอยู่บ้าง ประกอบกับสถานที่ประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งในเรื่องเชิงวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบุคคลากร ผู้เชี่ยวชาญที่มีอยู่มาก ประเทศไทยจึงเป็นสถานที่ที่ Perfect มากในการเข้ามาครั้งนี้

3. ได้ทำ Research เกี่ยวกับพม่าเยอะไหม

ตอบ : ผมทำ Research มาเยอะมากทั้งพูดคุยกับนักการเมืองที่อเมริกา องการสหประชาชาติ
และคนพม่าอพยบ ยิ่งสืบค้นไปมาก เรื่องราวของพม่าก็เหมือนหนังประเภทสยองขวัญ (Horror) มันเป็นเรื่องราวที่โหดร้ายมาก แต่คนทั่วโลกรู้จักแต่ปัญหาของอิรัก ซัดดัม, โซมาเรีย ผู้คนไม่รู้เลยว่าในพม่าถือว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในโลก

4. และ เป็นสิ่งที่คุณสนใจเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า

ตอบ : มันเป็นสิ่งที่ผมสนใจเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พม่าเป็นประเทศที่แปลกประหลาดและ
ไม่ธรรมดามาก เค้าไม่สนใจอะไรเลย พม่าเป็นประเทศมีประเทศที่ร่ำรวยหนุนหลังอยู่ ผมต้องการตีแผ่เรื่องราวเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมพร้อมไปกับให้ความสนุกสนานกับฉาก Action มัน ๆ



5. ทำไมระยะห่างระหว่าง Rambo 3 ถึงภาคล่าสุดถึงได้ห่างกันนานมาก

ตอบ : ผมรู้ว่ามันนานมาก หลังจากจบ Rambo 3 ซึ่งเป็นการทำงานที่ยากมากแล้วผมมี
ปัญหาทางด้านการเมืองนอกจากนั้นเค้ายังกล่าวหาว่าผมใช้ยาเสพติด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมรู้สึกท้อแท้และผิดหวังเช่นเดียวกับ Rocky 5 ซึ่งผมไม่ได้คิดว่าจะได้ทำมันในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้โลกเปลี่ยนไปมากมาย ผม Surprise มากที่คนอยากที่จะนำ Character นี้ กับมาทำใหม่และเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับ Rocky ในช่วงหลัง ๆ ส่วนมากคนหันไปนิยมแฟนตาซี อย่าง Spiderman, Fantastic 4, The Hulk แต่อย่างไรก็ตามหนังอย่าง Rambo ก็มี Character ที่โดดเด่นเฉพาะและน่าจดจำได้อย่างยาวนาน เพียงแต่ภาคนี้ผมได้ใส่เนื้อหาของความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในโลกนี้ลงไป

6. หลังจากภาคนี้แล้วจะยังมี Rambo 5 อีกหรือไม่

ตอบ : ไม่มีแล้วครับ ผมมองโลกในอนาคตจะไม่มีสงครามทุกคนต้องการความสงบสุข

7. จากภาคที่แล้วถึงภาคนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

ตอบ : แน่นอนครับ ตัว Rambo ในภาคนี้เริ่มไม่ค่อยมีความเชื่อถือในคนอื่นมีความแข็งแกร่ง
และเข็มแข็ง บ้าปิ่น และมีความโกรธแค้นมากแตกต่างจาก Rambo ภาคอื่น ๆ ที่เค้ามีความสุขุม, เงียบขรึม, ไม่ค่อยพูด ดังนั้น John Rambo ในภาคนี้ จึงเป็นภาคที่มันส์ และดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

8. ภาคนี้มีความยากกว่าภาคที่แล้วอย่างไร

ตอบ : มันเป็นหนังที่ยากที่สุดในชีวิตผม ผู้ชมในยุคนี้ก็แตกต่างจาก 20 ปีที่แล้ว มีความ
ซับซ้อนในความต้องการรับชม ผู้ชมต้องการความสมจริงมากขึ้น มีความลุ่มลึกในเนื้อหา ดังนั้นหนังเรื่องนี้มีความสมจริงสมจังและยิ่งใหญ่อลังการมาก ในหนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของการ Action ผจญภัย ของ Rambo

9. คาดการณ์ว่าภาคนี้กลุ่มเป้าหมายจะมีการเปลี่ยนไปหรือไม่

ตอบ : แน่นอนกลุ่มเป้าหมายเลี่ยนไป ก่อนที่ผมจะสร้างหนังเรื่องนี้ผมมองว่า ตอนนี้เป็น
ตลาดของวัยรุ่นที่จะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์คนกลุ่มนี้อาจจะเคยดู Rambo ในรูปแบบ VCD และ DVD แต่สำหรับ John Rambo กลุ่มเป้าหมายจะกว้างมากไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่หรือคนที่ไม่เคยดู Rambo มาก่อนรวมไปถึงแฟน ๆ Rambo ก็จะกลับมาดูอีกแน่นอน

10. คุณคาดหวังกับผลของภาคนี้อย่างไร

ตอบ : คิดว่าหนังเรื่องนี้คงจะได้รับการตอบรับจากคนไทยอย่างดีมาก เพราะว่าไม่ว่าจะ
สถานที่ถ่ายทำที่ใช้ในประเทศไทย ทีมงานคนไทย และดาราคนไทยหลาย ๆ คนก็มาแสดงในเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังใช้คนพม่าจริง ๆ มาเล่นในบทที่มีความสำคัญซึ่งยากมากที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานแบบนี้

11. คุณคิดอย่างไรกับประเทศไทย

ตอบ : ผมรักเมืองไทย และความเป็นคนไทย นอกจากนี้ทีมงานที่ทำงานร่วมกับผมยัง
เป็นบุคลากรที่มีความสามารถมากผมคิดว่าวงการภาพยนตร์ในประเทศไทยมีความแข็งแกร่งไม่แพ้ Hong Kong เลยทีเดียว



12. ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบประมาณในการถ่ายทำเท่าไหร่

ตอบ : ในการถ่ายทำใช้งบประมาณ 50 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2000 ล้านบาท แต่หาก
รวมกับงบประมาณในการทำ Post Production และการตลาดแล้วคาดว่าจะใช้ถึง 100 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 4000 ล้านบาท

13. ในเรื่องนี้คุณทั้งเล่นและกำกับเองไม่ทราบว่าในการกำกับครั้งแรกของคุณครั้งนี้มีความยากหรือไม่ อย่างไร

ตอบ : ตอนแรกที่รับปากว่าจะกำกับ ผมไม่คิดว่ามันจะยากมากนัก แต่เมื่อมากำกับแล้วผม
คิดว่ามันเป็นอะไรที่ยากที่สุดในชีวิตผมเลยทีเดียวมันเป็นงานที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา แต่มันคุ้มค่ามากที่ได้มาทำ แต่การที่ผมได้มากำกับเองมันทำให้ผมได้บอกเรื่องราวในมุมมองของผมและผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี และไม่คิดว่าคนอื่นจะทำได้ในรูปแบบอย่างที่ผมทำ มันเป็นงานที่หินมาก และสามารถทำให้มุมกล้องถ่ายทอดออกไปเป็นมุมมองของ Rambo อย่างแท้จริง

14. อยากทราบถึงความรู้สึกของคุณต่อการแสดงของนักแสดงไทยอย่าง ต็อก ศุภกร ในเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไร

ตอบ : เค้าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมมาก เค้าเล่นได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เค้าหล่อดูดีและมีบุคลิกที่ดี
มาก ในตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังไว้อย่างนี้เลย เค้าไวมาก ยิ่งในฉากแอ็คชั่นเหมือนแมวเลยที่เดียว ผมเลยเพิ่มเติมบท Action ให้กับเค้า เค้าเปรียบเสมือน Rambo ภาคภาษาไทยคนหนึ่ง และผมคิดว่าเค้าจะมีอนาคตที่ไกล

15. หลังจากเรื่องนี้แล้วคุณมีแผนงานอะไรบ้างอย่างไร

ตอบ : ผมมีแพลนที่จะทำหนัง มันเป็นหนังที่เกี่ยวกับอดีตนักแข่งรถมอเตอร์ไซย์ ที่มี
น้องชายที่รำรวยมากและมาวันหนึ่งได้เจอกกับปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดจึงได้กับมาหาอดีตนักแข่งรถคนหนึ่ง ณ เวลานั้นเค้าไม่ได้แข่งรถมานานกว่า 20 ปี เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งยากมากในการที่จะกลับมาคุยกันได้เหมือนเดิม มันเป็น Project ที่น้าสนใจ Project หนึ่ง ซึ่งผมตะต้องเล่นและกำกับเองด้วย จริง ๆ แล้ว Studio ที่ Hollywood อยากจะให้ผมได้สร้างหนังอีกสัก 2-3 เรื่อง ซึ่งผมก็เห็นดีด้วยและหลังจากนั้นผมคงเกษียณแล้ว



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
 
helper end