สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   วอลเปเปอร์ยอดฮิต   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์
    เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์
 
Behind the Scene :
บทสัมภาษณ์ จอห์นนี่ เดปป์

จอห์นนี่ เดปป์
รับบท .....กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์
Pirates of the Caribbean : At World’s End


จอห์นนี่ เดปป์ นักแสดงหนุ่มผู้น่าทึ่งกลับคืนสู่จอเงินอีกครั้งใน Pirates of the Caribbean: At World’s End ภาคสุดท้ายของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งระดับโลก

เดปป์ นักแสดงวัย 43 ปี ได้สร้างสรรค์ตัวละครไอคอน ที่โด่งดังที่สุดตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ร่วมสมัยด้วยบทกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ เจ้าเล่ห์ แสนเหลี่ยม ผู้ร้ายกาจแต่น่ารัก ตัวละครที่เจิดจรัส ผู้ที่เขายอมรับว่า คาแร็คเตอร์นี้มีส่วนหนึ่งมาจากฮีโรคนหนึ่งของเขา คีธ ริชาร์ดส์ มือกีตาร์วงโรลลิ่ง สโตนส์ ผู้ปรากฏตัวใน At World’s End ภาคนี้ด้วย

เดปป์ ผู้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงมากพรสวรรค์ของยุคปัจจุบัน ได้สร้างผลงานที่ทั้งคาดเดาไม่ได้และน่าประหลาดใจพอๆ กับเจ้าตัวเองมาตลอด ส่วนหนึ่งของผลงานของเขาได้แก่บทเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ปลอมตัวสืบคดีใน Donnie Brasco, ยิปซีใน Chocolat, พ่อค้ายาใน Blow, ผู้กำกับหนังที่เลวร้ายที่สุดในโลกใน Ed Wood และเอิร์ลแห่งโรเชสเตอร์ผู้น่ารังเกียจใน The Libertine

Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl ซึ่งเดปป์ร่วมแสดงกับ เคียร่า ไนท์ลีย์และออร์ลันโด้ บลูม ได้เปิดตัวในปี 2003 ภายใต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์แง่บวกอย่างล้นหลาม และ ซีเควลของมัน Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest ก็ทำรายได้ถล่มทลายในปี 2006 และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 3

เดปป์ ผู้ที่ปัจจุบันนี้กำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่ในลอนดอน เขาสละเวลาจากตารางการทำงานที่รัดแน่นของเขาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการรับบทกัปตันแจ็ค และการสิ้นสุดของไตรภาค Pirates



Q: คุณสบายดีมั้ย

A: สบายดีครับ ขอบคุณ ผมทำงานหนักเป็นบ้าเลย! (หัวเราะ) แต่ก็ดีครับ

Q: คุณกำลังทำงานใน Sweeney Todd ใช่มั้ย

A: ครับ ทุกอย่างเป็นไปได้สวย ผมหมายถึง ผมยังไม่โดนไล่ออกน่ะ คุณมักจะรอเวลานั้นที่เพื่อนเก่าของคุณจะเดินมาหาคุณเพื่อบอกว่า ‘ว่าแต่ คุณโดนไล่ออกนะ ขอโทษด้วย! น่ะครับ (หัวเราะ)

Q: ตอนนี้ คุณถ่ายทำ Pirates เสร็จทั้งสามภาคแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง คุณมีมุมมองเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งหมดในตอนนี้บ้างมั้ย หรือมุมมองพวกนั้นจะเกิดขึ้นภายหลังล่ะ

A: ถึงเราจะถ่ายทำภาคสามเสร็จประมาณหกเดือนที่แล้ว ตอนนี้ผมก็ยังจมอยู่ในโลกของมัน ถ้าคุณเข้าใจความหมายของผมนะ ผมยังไม่ได้รู้สึกว่าห่างไกลจากมัน ควันยังไม่จางไปเลย แต่โดยรวมแล้ว มันก็เป็นความคิดแง่ดีครับ ผมรักประสบการณ์การทำงานในหนังเรื่องนี้แม้ว่ามันจะโหดยังไงก็ตาม มันสนุกมากครับ

Q: มันโหดมากมั้ย

A: แหงล่ะครับ แต่ไม่ใช่สำหรับผมคนเดียว พวกทีมงานก็ต้องแบกอุปกรณ์หนักๆ ปีนขึ้นภูเขาเหมือนกัน มันโหดทีเดียว อย่างตอนที่เราอยู่บนเกาะโดมินิค หรือตอนที่คุณออกทะเล คุณก็จะเจอกับคลื่นลม คุณไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง และนักแสดงบางคนก็ไม่ถูกกับสภาพทะเลแบบนั้นเท่าไหร่ จนหลายคนหน้าเขียวอื๋อเลยครับ

Q: พูดกันในแง่นั้นแล้ว คุณเป็นกะลาสีที่ดีรึเปล่า

A: แปลกนะที่ผมไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับมันเลย ผมไม่รังเกียจทะเลเลยซักนิด



Q: ทุกคนบอกว่าการถ่ายทำบนผืนน้ำจะใช้เวลานานกว่าปกติสองเท่าเสมอ คุณว่าอย่างนั้นมั้ย

A: ใช่เลย มันเป็นคอร์สอุปสรรค ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เชียวล่ะ แต่ทีมงานพวกนี้กลับทำมันได้ครับ

Q: วันสุดท้ายที่คุณได้สวมบทแจ็ค สแปร์โรว์เป็นยังไงบ้าง มันคงเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตคุณเลยสิ

A: ใช่เลยครับ มันเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่คุณทำทุกอย่างเพื่อยืดเวลาออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมจำได้ว่าผมเดินไปหากอร์ (เวอร์บินสกี้ ผู้กำกับ) แล้วเขาบอกว่า ‘ผมคิดว่าเราถ่ายทำทุกอย่างเสร็จแล้วล่ะเพื่อน แต่คุณอยากแสดงอีกเทคมั้ย’ ผมก็บอกว่า ‘เอาเลย เอาเลย แสดงอีกเทคเถอะ ให้ผมลองใหม่...’ แล้วพอเราแสดงเสร็จแล้ว ผมก็ถามเขาว่า ‘คุณแน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไรที่เราจะถ่ายทำได้อีกแล้วน่ะ’ เพราะคุณไม่อยากจะเอ่ยคำลากับเขา คุณเป็นเขามานานหลายเดือน และคุณก็ไม่อยากจะบอกลาเขา มันแปลกมากๆ ครับ

Q: วันสุดท้ายนั้นคุณอยู่ไหน

A: เราอยู่ในสตูดิโอทางตอนเหนือของแอลเอครับ หนึ่งในสิ่งท้ายๆ ที่ผมถ่ายทำคือช็อตที่แจ็คพูดกับตัวเอง



Q: งั้นมันก็เป็นซีนที่ค่อนข้างสะท้อนความคิดน่ะสิ

A: ครับ เขากำลังพูดเรื่องความดีปะทะความชั่วกับตัวเองอยู่

Q: แล้วพวกเขาได้ทำอะไรพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้รึเปล่า

A: ครับ กอร์และทีมงานได้รวบรวมรูปถ่ายสวยๆ มาทำเป็นภาพภาพเดียว เข้ากรอบมันแล้วเซ็นชื่อ เรามีเค้กก้อนโต มีแชมเปญ น่าตื้นตันใจมากๆ ครับ มันเหมือนกับว่าเราทุกคนกำลังเอ่ยคำลากับกัปตันแจ็คในตอนนั้นเลยล่ะ

Q: ตัวละครตัวนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปรึเปล่า

A: ใช่เลยครับ นอกเหนือไปจากความสนุกในการได้สวมบทบาทนี้ เขายังนำสิ่งดีๆ มากมายเข้ามาในโลกของผม โลกของลูกๆ ผมด้วย ดังนั้น ผมก็จะนับถือยกย่องเขาเสมอ แล้วมันก็สนุกสุดเหวี่ยงเลยล่ะครับ



Q: ถ้างั้นคุณจะกลับมารับบทนี้อีกรึเปล่า

A: ผมว่าคุณคงบอกว่าไม่ไม่ได้หรอกครับ ผมหมายถึง คุณสามารถพูดได้ในบางเรื่อง แต่ในเรื่องนี้แล้ว ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ถ้าผมถูกทาบทามให้รับบทกัปตันแจ็คอีกครั้ง ภายใต้สภาพการทำงานที่เหมาะสม ด้วยองค์ประกอบเหมาะๆ และสคริปต์ดีๆ ผมคงจะพิจารณามันอีกทีอย่างจริงจังครับ

Q: เราขอถามเรื่องคีธ ริชาร์ดส์ซักหน่อย...

A: อ๋อครับ เขาเยี่ยมมาก เยี่ยมจริงๆ เขาเจ๋งสุดๆ มันพิเศษสุด ไม่ใช่สำหรับผมเท่านั้น แต่สำหรับทีมงานทุกคนด้วย ผมหมายถึง การได้เห็นคีธ ริชาร์ดส์มาทำงานอย่างเตรียมพร้อมเต็มที่ตอนเจ็ดโมงครึ่งหรือแปดโมงเช้า มันแบบ ‘อะไรนะ’ (หัวเราะ) เหลือเชื่อเลยล่ะครับ

Q: คุณกังวลรึเปล่าว่าเขาจะใช้นิสัยแบบร็อคสตาร์แล้วมากองถ่ายสายน่ะ

A: คุณไม่มีทางรู้หรอกครับ (หัวเราะ) คุณไม่รู้หรอก เพราะมันอยู่นอกเหนือจากขอบเขตงานของเขา แต่ให้ตายเถอะ เขาเป็นมืออาชีพจริงๆ เขาเข้ามาและทำให้เราทุกคนอึ้ง เขาน่าทึ่งมาก น่าทึ่งจริงๆ และน่ารักด้วย ทีมงานพวกนี้ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2002 ตอนเราถ่ายทำ Pirates ภาคแรก มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นพวกเขาทุกคนมากองถ่ายอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แทนที่จะมีคนแค่ 200 คน แต่มันกลับมีคนตั้ง 500 หรือ 1,000 คน (หัวเราะ) เราทุกคนต่างก็แอบมองเขา เพราะเราอยากเห็นปรมาจารย์คนนี้ครับ



Q: พวกคุณได้ใช้เวลาด้วยกันหลังเลิกงานรึเปล่า

A: ได้สิครับ เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ความเห็นเดียวที่ผมมีต่อเขาคือเขาดูจะรู้ว่าจะดึงดูดฝูงชนเข้ามายังไง เขาน่ารักมากๆ ทั้งแสนดีและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนอื่นๆ เขาเข้ามาเหมือนมือปืนเลยครับ

Q: เขาเข้ามากองถ่ายหลายวันมั้ย

A: ผมคิดว่าซักสี่ห้าวันครับ ผมรู้ว่ามันมีการคาดเดาและรายงานข่าวแปลกๆ จากกองถ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ หลายอย่าง แต่เขาเก่งอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ ผมคิดว่าเขาไม่เคยแสดงหนังมาก่อนนะ และเขาก็แบบ ‘อ๋อ ถ้างั้นผมจะยืนอยู่ตรงนี้ พูดบทพูดนี้ แล้วผมก็ค่อยเดินไปตรงนั้น ทำอย่างนี้...’ และเราก็ ‘ใช่ อย่างนั้นแหละ’ แล้วเขาก็ใช้สองเทคเท่านั้น ก่อนที่กอร์จะ ‘อ้อ โอเค ต่อไป’ ผมเริ่มเรียกเขาว่า ริชาร์ดส์สองเทคครับ

Q: คุณแสดงทุกฉากด้วยตัวเองรึเปล่า คุณเคยพูดไว้ว่า คีธเป็นแรงบันดาลใจของแจ็ค เป็นยังไงบ้างที่มีแรงบันดาลใจของคุณอยู่ในกองถ่ายด้วย

A: เยี่ยมครับ เยี่ยม มันอาจจะฟังดูแปลกๆ นะ แต่ในฐานะแจ็ค ผมรู้สึกเหมือนผมรู้จักคีธดีและนานกว่าจอห์นนี่ รู้มั้ย ถ้าผมปลอมตัวหรือถ้าผมอยู่ในโหมดของแจ็ค มันง่ายกว่าเยอะถ้าจะทำอะไรล้อเล่นหรืออิมโพรไวส์ ซึ่งในแง่นั้น มันเหมือนเซสชันการแจมกัน ในขณะที่สำหรับผม สำหรับจอห์นนี่ พอไปถึงจุดจุดหนึ่ง ผมก็จะปิดปากเงียบเลย



Q: เป็นเพราะคุณทึ่งในตัวเขารึเปล่า

A: มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจหนีความจริงไปได้พ้นครับ ในระดับหนึ่ง คีธเป็นคนดี วิเศษสุด ที่คุณสามารถมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกับเขาได้ แต่มันก็จะมีอะไรบางอย่างสั่นไหวในตัวผม บอกว่าเขาเป็นมือกีตาร์ฮีโรของผม และผมก็หนีความจริงข้อนั้นไปไม่พ้นหรอกครับ

Q: บางคนอาจจะรู้สึกแบบนั้นกับคุณด้วย

A: ผมคิดภาพไม่ออกเลยครับ (หัวเราะ)

Q: แต่บางคนก็มองว่าคุณเองก็เป็นไอคอนในโลกภาพยนตร์เหมือนกัน

A: ครับ บางคนอาจจะได้ดูหนัง สนุกกับตัวละครตัวนี้ แต่รู้อะไรมั้ย เขาคือคีธ ริชาร์ดส์นะ คีธ ริชาร์ดส์เชียวนะ!

Q: ในหนังเรื่องนี้ มีคนอังกฤษอยู่เยอะ คุณเข้ากับนักแสดงอังกฤษได้ดีรึเปล่า

A: ครับ ใน Pirates 1 ศัตรูคู่อาฆาตของผมคือแจ็ค ดาเวนพอร์ตที่รับบทผู้บังคับการ นอร์ริงตัน แต่เราก็เป็นเหมือนเพื่อนรักกัน ผมมีความรู้สึกดีๆ กับชาวอังกฤษเสมอ อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ขันของพวกเขาก็ได้ ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเสมอในกรุงลอนดอน สำหรับลูกๆ ผม มันเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองหรือสามของพวกเขา และพวกเขาก็เคยชินกับเมืองแห่งนี้ครับ ผมหมายถึง ตอนที่เราไปร้านอาหารหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง พวกเขาก็สนิทกับเราถึงขั้นเรียกชื่อแรกกันเลยล่ะครับ

Q: พอคุณมองดูบทบาทที่ผ่านมาของคุณตลอดหลายปีนี้ คุณมองเห็นอะไรที่คล้ายคลึงกันบ้างมั้ย

A: ไม่รู้สิครับ ผมคิดว่าคุณอาจจะต้องการเวลามากกว่านี้ในการมองย้อนกลับไปก็ได้ บางทีถึงตอนนั้นคุณจะ ‘อ้อ ฉันเห็นความเชื่อมโยงตรงนี้’ แต่ถ้าคุณมองย้อนกลับไปตอนนี้ ผมคิดว่าความเชื่อมโยงมันอยู่ตรงที่พวกเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นแกะดำของสังคม ไม่ว่าจะเป็น Cry Baby หรือ Edward Scissorhands เป็นแซมจาก Benny and Joon หรือเอ็กเซลจาก Arizona Dream หรือ Ed Wood พวกเขาเป็นคนนอกคอกครับ

Q: สวีนนีย์ ท็อดด์ก็เหมือนกัน...

A: (หัวเราะ) ครับ คงไม่มีใครที่เป็นแกะดำยิ่งไปกว่าชายผู้น่าสงสารคนนั้นอีกแล้ว และเขาก็ถูกบีบให้เป็นอย่างนั้นด้วย ผมคิดว่าถ้ามีอะไรคล้ายคลึงกันที่ผมมองเห็นล่ะก็ คงเป็นเรื่องนี้แหละครับ








หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
 
helper end