สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   Wallpaper   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > วิจารณ์หนังสนุก
    วิจารณ์หนังสนุก
 
Movie Review :
วิจารณ์หนัง THE BREAK-UP

ตลก-โรแมนติก คือหนึ่งในที่สุดแห่งสูตรสำเร็จของบรรดาตระกูลหนังทั้งปวง ดังนั้น หนังตลกโรแมนติกเรื่องใดที่ไถลออกนอกสูตรดังกล่าวได้สำเร็จ ย่อมควรค่าแก่การสรรเสริญสำหรับความพยายาม กระทั่งหนังอย่า The Break-up ก็ควรได้รับเหรียญตราแห่งความกล้าหาญแม้ว่ามันจะนำมาซึ่งหนทางผิด ๆ และความสับสนวุ่นวายเหลือคณา สิ่งที่พวกเขาลองออกจากสูตรก็คือ ทำให้ตลกโรแมนติกมีห้วงเวลาแห่งความตึงเครียด และลดทอนเสน่ห์ตัวละคร ซึ่งนำพาไปสู่หลุมพรางแห่งความสัมพันธ์ของผู้คน

แน่นอน ไอ้ความตึงเครียด ลดเสน่ห์ อะไรดังกล่าวล้วนทำได้จริงในหนังตลกโรแมนติก แต่ควรจะปรึกษานักทำหนังอย่าง วู้ดดี้ อัลเล็น เสียก่อน แน่นอน มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้โดยง่าย และหนังอย่าง The Break-Up โดยผู้กำกับ เพย์ตั้นรี้ด (Bring It On, Down With Love) ก็ทำได้ไม่ใกล้เคียงกับความสำเร็จเอาซะเลย แทนที่คนสร้างจะลงแรงพาคนดูไปสำรวจบุคลิกภาพ-ตัวตนของตัวละคร แต่ลงท้ายกลับทอดทิ้งโอกาสกลับทำให้อยู่ในรูปแบบหญิงเก่งกับผู้ชายบ้าบอ แทนที่จะหาเรื่องราวอันเข้ากับความจริงจังของประเด็น ทว่าทุกฉากกลับถูกสร้างมาเพื่อรองรับมุขตลกเกี่ยวกับความบาดหมาง อวดดี และดื้อรั้นของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง

การทำหนังตลกโรแมนติกให้ออกมาในโทนมืดมนอนธการเป็นคนละเรื่องกับการทำให้ออกมาจริงจังซีเรียส ขณะเดียวกันการทำให้ออกมาไม่น่ารื่นรมย์ ก็เป็นคนละเรื่องกับการทำให้ออกมาดูสลักสำคัญหนังเรื่องนี้เพียบไปด้วยฉากการเผชิญหน้าอันแล้งไร้ความรู้สึก มันทั้งไม่ขำ ไม่สมเหตุสมผล และไม่น่าจะเป็นไปได้ หากจะมีอะไรแนะนำให้คนดูสำหรับหนังเรื่องนี้คงเป็นฉากที่ตัวละครทะเลาะโต้เถียงกันซึ่งพอจะมีเค้าแห่งความสมจริงอยู่บ้าง โดยที่ผู้กำกับเหมือนจะปล่อยให้นักแสดงได้หายใจหายคอและพัฒนาฉากดังกล่าวไปอย่างต่อเนื่อง ร่วมด้วยบทสนทนาที่ยากแก่การจะคาดเดาล่วงหน้า บางทีมันอาจจะเหมือนคนทะเลาะกันในชีวิตจริงด้วยซ้ำไป

มันเป็นเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง แกรี่ (วินซ์ วอห์น) คือชายชาวชิคาโก้ผู้ไม่ยอมโตเอาแต่หมกมุ่นกับวิดีโอเกม เขาคิดว่าถ้าเกิดเอาโต๊ะกินข้าวออกไปจากห้องนั่งเล่นได้ มันก็จะมีพื้นที่ว่างพอสำหรับโต๊ะพูล เขาและพี่ชายของเขาดูแลบริษัทรถทัวร์ในชิคาโก้ และตัวเขาก็ทำงานเป็นไกด์ทัวร์ ส่วน บรู้ค (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) คือหญิงสาวผู้ทำงานในแกเลอรี่ศิลปะชื่อดังของชิคาโก้ ดูมีหน้าตาในสังคมพอสมควร ทั้งคู่พบรักกัน อยู่กินกัน ก่อนจะลงเอยด้วยการทะเลาะเบาะแว้งในคอนโดมิเนียมสุดหรู

แรกเริ่มเดิมที ทั้งคู่มาพบกันในการแข่งขันเบสบอลแม็ทซ์หนึ่ง ฝ่ายชายหว่านล้อมให้ฝ่ายหญิงทิ้งหนุ่มที่เคยควงกันอยู่ซะ และไปเที่ยวเล่นแบบง่าย ๆ กับเขาดีกว่า แน่นอน ทั้งคู่พึงพอใจกันทว่าเวลาผ่านไปราว 2 ปี ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปดังหวัง เมื่อฝ่ายชายทำตัวเป็นเด็ก เอาแต่หมกมุ่นอยู่หน้าจอทีวี ทิ้งถุงเท้ารองเท้าเอาไว้เรี่ยราด ปล่อยให้ฝ่ายหญิงทำอาหารและเก็บกด พร้อมกับปล่อยเสียงหวีดร้องอย่างกดดันเมื่อพบว่าเขากลับบ้านดึกดื่น และเอาแต่เล่นวิดีโอเกมส์ นำพาไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกันไม่หยุดหย่อน เธอด่าเขาว่า 'ไอ้ห่วย' โดยคิดว่าเขาเห็นแก่ตัว ส่วนเขาคิดว่าเธอเป็นพวกจ้องหาเรื่อง และท้ายที่สุด ทั้งคู่ตัดสินใจจะแยกทางกัน

แต่อะไรมันไม่ง่ายอย่างนั้น เมื่อทั้งคู่คิดว่าจะเลิกกัน แต่กลับไม่มีใครยอมย้ายออกจากรังรักสักคน ทั้งคู่ยังคงทู่ซี้อาศัยอยู่ในเรือนหอหลังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ต่างฝ่ายต่างพยายามทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอิจฉาและหัวเสียกับตนเอง เริ่มจากแกรี่ที่ทำตัวสกปรกเปรอะเปื้อนไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนบรู้คเอาบ้าง ด้วยการควงหนุ่ม ๆ รูปหล่อกลับมาบ้านอยู่เนือง ๆ ส่วนแกรี่ก็ตอบโต้กลับด้วยการเช่าหญิงหากินมาเล่นเกมโบ๊กเกอร์แก้ผ้าในบ้านทว่ามันดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไร

สิ่งที่หนังดูเหมือนจะขาดไปก็คือความอบอุ่น การมองโลกในแง่ดี และการหยั่งถึงความล้ำลึกในธรรมชาติของมนุษย์ หนังตลกโรแมนติกจำเป็นต้องมีสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นหากเปรียบเทียบกับ Fever Pitch (2005) จะพบว่าในเรื่องนั้นตัวละครฝ่ายชายแม้จะบ้าคลั่งเกมกีฬาเบสบอล แต่เขาก็ยังคอยทำนุบำรุงต้นรักกับแฟนสาวเป็นอย่างดี ทว่าในเรื่องนี้พระเอกของเรากลับเป็นคนที่มีมิติเดียว นั่นคือเป็นคนห่วยแตกที่เอาแต่ใจตนเอง ต่อให้เขาจะขอบคุณเธอที่เอาถุงเท้าเน่า ๆ ไปซักให้ก็ตาม ดังนั้น คนดูอาจจะรู้สึกไปได้ว่าอยากให้ทั้งคู่เลิกกันไปเสียเลย และฝ่ายหญิงก็ไม่เห็นต้องหวนกลับมาหาไอ้งั่งคนนี้อีก ซึ่งการเลิกราในรูปแบบนี้อาจจะถือเป็นการจบแบบ 'แฮปปี้เอนดิ้ง' อีกรูปแบบหนึ่งก็เป็นได้

CRITICS' AVERAGE: C


ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 มิถุนายน 2549




หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
 
helper end

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วิจารณ์หนัง THE BREAK-UP

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 2

  1. Re: วิจารณ์หนัง THE BREAK-UP

  2. Re: วิจารณ์หนัง THE BREAK-UP

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้