สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   Wallpaper   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > วิจารณ์หนังสนุก
    วิจารณ์หนังสนุก
 
Movie Review :
วิจารณ์หนัง: Click

อดัม แซนด์เลอร์ ยังคงไล่ล่าทำลายหนังของ แฟรงค์คาปร้า ด้วยการนำมาดัดแปลงสร้างใหม่อย่างหยาบยวบไม่หยุดหยั้ง ดังจะเห็นจาก Click หนังที่เริ่มต้นเป็นหนังตลกก่อนจะถูกความอ่อนด้อยชี้นำให้เอนเอียงสู่อาณาจักรแห่งความเละตุ้มเป๊ะ และฟูมฟายฟั่นเฟือน ทุกคนทราบกันดีว่า แซนด์เลอร์ชื่นชอบแสดงเป็นหนุ่มผู้มีหัวจิตหัวใจอ่อนโยน ซึ่งเชื่อมโยงได้กับบุคลิกของตัวละครแฟรงค์ คาปร้า ดังจะเห็นจาก Mr. Deeds Goes to Town ถูกรีเมคใหม่แบบสไตล์ตลกงอแงของเขา ในปี 2002 สำหรับ Click เขาหยิบยืมเอาบางส่วนจาก It's a Wonderful Life มาผสมคลุกเคล้ากับนิยายของชาร์ลส์ ดิคเก้นส์ A Christmas Carol

โดยพล็อตเรื่องแล้ว มันดูดีมีความหวังไม่น้อย ความน่าสนใจก็คือชายบ้างานคนหนึ่ง ค้นพบรีโมทมหัศจรรย์ที่จะสามารถรอข้ามส่วนที่เจ็บปวดของชีวิต เดินหน้าผ่านความเหนื่อยยากที่รออยู่ได้ ก่อนที่มันจะลงเอยคล้ายกับการ์ตูนโดราเอมอน ที่โนบิตะมักจะนำเอาสิ่งประดิษฐ์ไปใช้ในทางพิสดารและเกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมา ในตอนต้นเราจะพบกับความตลกขบขันพอเป็นกระสาย ทว่าหลังจากนั้น หนังเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากรีโมทคอนโทรลที่ตัวละครมี นั่นก็คือผู้ชมคงอยากจะได้รีโมทอันนี้ เอาไว้ใช้กรอข้ามความน่าเบื่อหน่ายเพื่อไปดูฉากอื่น ๆ แก้เซ้ง และเร่งให้หนังมันจบไว ๆ

ดังเช่นหนังเรื่องอื่น ๆ ของแซนด์เลอร์ Click ยังคงอยู่ในเครือข่ายหนังแฟนตาซีสำหรับเด็ก เราจะเห็นสถาปนิกหนุ่มบ้างาน ไมเคิล นิวแมน (อดัม แซนด์เลอร์) หมกมุ่นกับอาชีพของตนจนหลงลืม-ละเลยภรรยาสาวสวย (เคท เบ็คคินเซล) และลูกน้อยอีกสองคน อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักในชีวิตการงาน เพราะมีหัวหน้าผู้แล้งไร้น้ำใจ และหลงตัวเอง (เดวิด ฮาสเซลฮอฟฟ์) มันทำให้ไมเคิลตบะแตกในคืนหนึ่งก่อนจะลงเอยด้วยการออกค้นหารีโมทอเนกประสงค์ที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ทุกชิ้น

เขาเดินเข้าไปในร้านที่ปิดป้ายประตูเอาไว้ว่า "Beyond" เพื่อจะพบกับชายผู้มีบุคลิกประหลาดมอร์ตี้ (คริสโตเฟอร์ วอลเค่น) ที่ดูแล้วเป็นนักประดิษฐ์จิตไม่ว่าง เหมือนกับ ด็อกบราวน์ ใน Back to the Future ก่อนจะได้รับสิ่งพิเศษสุดมาไว้ในครอบครอง ไมเคิลสามารถใช้อุปกรณ์พิเศษนี้ควบคุมให้เขากลับไปอยู่ในช่วงอดีต อาทิ การแค้มป์ปิ้งกับครอบครัว หรือสามารถหยุดเหตุการณ์เอาไว้ช่วงไหนก็ได้ รวมทั้งการเล่นซ้ำหรือใช้ควบคุมหน้าที่อื่น ๆ ได้อีก ไม่เว้นกระทั่งการปรับสีให้ตัวเขากลายเป็นสีเขียว หรือเปลี่ยนภาษาซึ่งทำให้เขาเข้าใจภาษาญี่ปุ่นของลูกค้าได้สะดวกโยธิน

เยี่ยงเดียวกับเด็กวายร้ายผู้ใช้ของในทางผิด ๆ ไมเคิลเริ่มใช้รีโมทข้ามเวลาไปข้างหน้าจากวันสู่วัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตคู่ ความเจ็บปวดบนโต๊ะอาหารในครอบครัว รวมถึงความเคร่งเครียดในที่ทำงาน ทว่าไป ๆ มา ๆ แล้ว ในที่สุดเขากลับไม่สามารถควบคุมรีโมทได้ มันเดินหน้าชีวิตของเขาข้ามห้วงเวลาต่าง ๆ ไป โดยอัตโนมัติตรงส่วนนี้ หนังจึงคล้ายกับหนังจำพวกเครื่องเหาะข้ามกาลเวลา หรือไทม์แมชชีน ที่พระเอกของเรื่องประสบปัญหากับเครื่องไม่เครื่งอมือ และทิ้งให้ตัวเอกต้องผจญกับการแก้ปัญหาทั้งในแง่ของวัตถุและในแง่ของจิตใจไปพร้อม ๆ กัน....

จากการแสดงแบบเดิม ๆ ในเรื่องนี้ หลายคนอาจจะกำลังท่วมท้นด้วยความคิดถึงโหยหาหนังอย่าง Punch-Drunk-Love จากการกำกับของ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นหนังที่ดีที่สุดในชีวิตที่แซนด์เลอร์เคยแสดงมา แน่นอน มันแปลกประหลาดไปจากผลงานเรื่องก่อน ๆ เขาต้องปรับวิธีการแสดงหนังใหม่อันทำให้บรรดาแฟน ๆ จาก Happy Gilmore และ Big Daddy รู้สึกผิดกลิ่น แต่นั่นเป็นวิธีการแสดงที่ทำให้แซนด์เลอร์ได้แสดงออกถึงบุคลิกเดิม ๆ ในหนทางใหม่ ๆ ซึ่งน่าชื่นชมไม่น้อย หรือในหนังอย่าง The Wedding Singer เขาพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถแสดงหนังได้ และได้รับคำชื่นชมว่าในหมู่นักแสดงที่มาจากรายการ Saturday Night Live อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยืนอยู่ข้างหน้า ร็อบ ชไนเดอร์ (ใครเล่าจะย่ำแย่ไปกว่าชไนเดอร์ได้อีก) และตาม วิลล์ เฟอร์เรลล์ อยู่นิดหน่อย... อย่างไรก็ดี ข่าวดีและร้ายในเวลาเดียวกันก็คือ แซนด์เลอร์ คนเดิมเหมือนจะกลับมาแล้ว

นอกเหนือจากจะคล้ายกับ It's a Wonderful Life และ A Christmas Carol หนังยังคล้ายคลึงกับ Bruce Almighty ที่ จิม แคร์รี่ย์ นำแสดง บรรดาผู้สร้างหนังที่ถูกทำคล้ายเหล่านี้สามารถฟ้องร้องได้เลยว่า Click อาจจะไปขโมยความคิดมาก็เป็นได้ นอกจากนี้ สำหรับคนที่ยังยึดติดกับทักษะการแสดงแบบเด็กไม่รู้จักโตของ อดัม แซนด์เลอร์ คงจะสุขสมหวังกับท่วงท่าเดิม ๆ ของเขา ด้วยเครื่องหมายการค้า "ผมมันงี่เง่า แต่คุณก็ยังรักผม!"

CRITICS' AVERAGE C


ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2549



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
      เกี่ยวกับเรื่องนี้
 อ่านเรื่องย่อ
 ภาพสวยๆ จากหนัง
 
helper end

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วิจารณ์หนัง: Click

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 5

  1. Re: วิจารณ์หนัง: Click

  2. Re: วิจารณ์หนัง: Click

  3. Re: วิจารณ์หนัง: Click

    • ความคิดเห็นที่3
    • เป็นหนังที่สอนคนได้ดีทีเดียวเลยค่ะ หยกชอบจังเลยตอนที่เทวดานั้น(ใช่หรือเปล่านะ)สอนพระเอกว่าบางครั้งอีกฟากหนึ่งของรุ้งก็เป็นเพียงเม็ดข้าว ไม่ได้เป็นทองคำอย่างที่คนที่มองอีกฟากหนึ่งเห็น สอนตรงมากๆเลยสำหรับการโลภอยากได้โน้นได้นี้

      แล้วหยกซึ้งตรงที่พระเอผม้ตัวแล้วนำบทเรียนนั้นไปสอนลูกเขาถึงได้รับโอกาสมีชีวิตต่อไปจริงๆ อย่างที่ทำทุกวินาทีให้มีคุณค่าที่สุด มองเห็นความรู้สึกของคนใกล้ตัว^^
    • หยก รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: หยก
      • เมื่อ[2 ธันวาคม 2550 - 18:17 น.]
      • IP[125.25.69.XXX]
  4. Re: วิจารณ์หนัง: Click

  5. Re: วิจารณ์หนัง: Click

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้