สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   วอลเปเปอร์ยอดฮิต   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > วิจารณ์หนังสนุก
    วิจารณ์หนังสนุก
 
Movie Review :
วิจารณ์หนัง SUGAR & SPICE จังหวะความรัก

รักครั้งแรกเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ทั้งนี้เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่มักเลือกจะก้าวกระโดดเข้าไปในโลกแห่งเราสองแบบไม่ทันตั้งตัว ขณะพวกเขายังไร้เดียงสาขาดประสบการณ์ ด้วยความเชื่อว่าทุกอย่างย่อมเป็นไปได้หากเชื่อมั่นและศรัทธามากพอ

ชิโระ (ยูยะ ยางิระ) เป็นเด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยม เขาโหยหาความรักครั้งแรก แม้จะเคยเห็นอิทธิพลของความรักมาแล้วว่า มันสามารถทำให้คนเรา (ในที่นี้คือเพื่อนสนิทของเขา) บ้าคลั่งและว้าวุ่นมากเพียงใดจนบางทีอาจจะมากพอ ๆ กับความสุขสุดยอดเลยด้วยซ้ำเขาได้ยินเพื่อนพร่ำพรรณนาความรักต่อแฟนสาว ทุ่มเททุกอย่างให้เธอจนถึงขนาดลงทุนซื้อบ้านหลังหนึ่ง แล้วเขาก็ได้เห็นเพื่อนคนเดียวกันนั้นถูกแฟนสาวทอดทิ้ง และตกอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ทุกข์ทรมาน ตอนนั้นชิโระได้แต่รับฟัง ได้แต่เฝ้ามอง แต่เขาไม่เคย 'เข้าใจ' จนกระทั่งเมื่อเขาได้พบกับโนริโกะ (เอริกะ ซาวาจิริ)

เช่นเดียวกับเด็กวัยรุ่นทั่วไป ชิโระไม่เพียงโหยหาความรัก แต่เขายังปรารถนาจะสัมผัสโลกกว้างนอกรั้วโรงเรียนและครอบครัว ซึ่งให้การปกป้องมากพอ ๆ กับกักขังอิสรภาพในความรู้สึกของเขา และด้วยเหตุนี้ ชิโระจึงตัดสินใจขัดความต้องการของพ่อกับแม่ ซึ่งอยากให้เขาสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ด้วยการสมัครไปทำงานเป็นเด็กปั๊ม ท่ามกลางเสียงสนับสนุนของ ฟูจิโกะ (มาริ นัทซุกิ) คุณย่าฮิปปี้วัยเจ็ดสิบปี ที่มีคู่รักเป็นเด็กหนุ่มรุ่นหลานชื่อ ไมค์ (เฉินป๋อหลิน)

หัวใจหลักของ Sugar & Spice อยู่ที่การเติบโตของชิโระ ผ่านบทเรียนความรักที่ทั้งหอมหวานและขมขื่น ซึ่งดูเหมือนจะดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับเรื่องราวรักสามเส้าของเพื่อนสนิทชิโระ ขณะเดียวกัน บทหนังก็ได้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเรื่องราวของโนริโกะกับคุณย่าฟูจิโกะ

ความต่างระหว่างโนริโกะกับชิโระ คือฝ่ายแรกเคยลิ้มลองรสชาติอันหอมหวานและขมขื่นของความรักมาแล้วเธอเพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่มนักศึกษา ตอนมาสมัครทำงานในปั๊มน้ำมันเดียวกับชิโระ เพื่อทำใจให้ลืมอดีต กล่าวได้ว่าชิโระก้าวเข้ามาในชีวิตเธอได้ถูกจังหวะเธอกำลังเปลี่ยวเหงาต้องการแหล่งพักใจ และเขาก็มีอุปนิสัยอ่อนหวาน เอาใจใส่ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่อดีตแฟนเก่าของเธอขาดแคลน ดังนั้นเธอจึงค่อย ๆ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับห้วงเวลาแห่งมนตร์เสน่ห์แม้ลึก ๆ ภายในจะยังไม่อาจตัดขาดจากอดีตได้อย่างสิ้นเชิง

'อดีต' ดูเหมือนจะยังครอบงำจิตใจและชีวิตของคุณย่าฟูจิโกะอยู่ไม่เสื่อมคลาย สมัยสาว ๆ เธอเคยตกหลุมรักทหารจีไอหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนจะถูกเขาทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย แต่กระนั้นเธอก็ยังรำลึกถึงช่วงเวลาดังกล่าว ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ และยังคงเก็บภาพภูเขาไฟฟูจีที่เขาถ่ายไว้ มาจนถึงทุกวันนี้

มองจากภายนอก ฟูจิโกะเป็นคนร่าเริง รักอิสระ และเหมือนไม่เคยแคร์กับสิ่งใด แต่แง่มุมเปราะบางของเธอค่อย ๆ ถูกเผยออกมาผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งหนังถ่ายทอดแบบไม่เน้นย้ำ แต่ได้อารมณ์ซึมลึก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบาร์เหล้าในเมืองที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯ การยืนกรานให้ชิโระเรียกเธอว่า "แกรนด์มา" แทนคำว่า "คุณย่า" ความคลั่งไคล้ทุกอย่างที่เป็นอเมริกัน หรือ (ในฉากที่งดงามที่สุดฉากหนึ่งของหนัง) การเดินทางไปค้นหาจุดที่อดีตคนรักของเธอถ่ายภาพภูเขาไฟฟูจี เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความรักนั้น

ชิโระกล่าวหาคุณย่าของตนว่า น่าสงเพชที่ยังไม่ลืมความรักในอดีต แต่บุคคลที่ก้าวเข้ามาปกป้องฟูจิโกะ กลับเป็นไมค์ เด็กหนุ่มซึ่งดูเหมือนจะ 'เข้าใจ' หญิงชรา มากกว่าหลานชายของเธอเองเสียอีก เขาไม่เคยคิดหึงหวง หรือหงุดหงิดที่ฟูจิโกะนำรูปถ่ายภูเขาไฟฟูจีมาแขวนบนผนังบาร์เหล้า แม้จะตระหนักดีว่าภาพนั้นสื่อความหมายเช่นใด หรือเป็นตัวแทนของอะไร

รายละเอียดเกี่ยวกับความรักไม่รู้ลืมของเหล่าตัวละครปลีกย่อยทั้งหลาย (ฟูจิโกะ, โนริโกะ และเพื่อนสนิทของชิโระ) ดูจะย้อนกลับมาสะท้อนนัยเชื่อมโยงถึงประเด็นหลักของหนังอยู่เสมอนั่นคือประสบการณ์รักครั้งแรกของชิโระ เช่น เมื่อแฟนเก่าของโนริโกะหวนกลับมาขอคืนดี ชิโระจึงเริ่มเข้าใจเป็นครั้งแรกถึงความรู้สึกเจ็บปวดของเพื่อนสนิท (ที่ถูกแฟนสาวทอดทิ้งไปหาอดีตคนรัก) หรือเมื่อชิโระตระหนักว่าตนไม่ใช่ฝ่าย 'ถูกเลือก' ความเจ็บปวด โกรธแค้นและอับอาย ก็ทำให้เขาลังเล ระหว่างการแปลงความรักเป็นความเกลียดชัง เพื่อจะได้ลืมประสบการณ์ขมขื่นในเวลาอันรวดเร็วกับการเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น แล้วค่อย ๆ ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง พร้อมกับย้อนรำลึกถึงมันด้วยความรู้สึกดี ๆ

จดหมายที่โนริโกะเขียนทิ้งไว้ให้ชิโระในตู้ล็อกเกอร์ ก่อนเธอจะจากเขาไป คงเปรียบได้กับภาพถ่ายภูเขาไฟฟูจีของคุณย่าฟูจิโกะ มันคืออนุสรณ์แห่งควาารักที่หลุดลอย และการกระทำใด ๆ ของชิโระต่อเจ้าของสิ่งนั้น ก็จะบ่งชี้ชัดเจนว่า เขาตัดสินใจเลือกทางใดบนถนนสองแพร่งดังกล่าว

การไม่ยอมสลัดทิ้งความรักในอดีต ไม่ยอมเผาภาพถ่ายหรือทำลายสิ่งของที่จะทำให้เรารำลึกถึงบุคคลซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รัก ถือเป็นเรื่องน่าสมเพชจริงหรือ....

อาจจะใช่ หากเรายังหลงงมงายอยู่กับความสุขที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมา จนกระทั่งปัจจุบันกลายเป็นควาาทุกข์ทรมานเหลือทน แต่เห็นได้ชัดว่า อารมณ์ถวิลหาอดีตของฟูจิโกะ หาได้หยุดยั้งเธอจากการใช้ชีวิตเต็มเปี่ยมกับทุกโมงยามแห่งปัจจุบันการแขวนรูปภูเขาไฟฟูจีไว้บนผนังบาร์เหล้า หรือการเดินทางไปหาจุดกำเนิดของภาพถ่ายนั้น เป็นเพียงบทสดุดีแด่ความงดงามแห่งรัก แด่ผู้ชายคนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทุ่มเทกายใจให้ แม้ว่าสุดท้ายแล้วความรักดังกล่าวจะไม่ได้ยั่งยืนยาวนาน แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะฉุดรั้งมันให้กลายเป็นความเกลียดชัง เพียงเพราะเธอไม่ได้ครอบครองเขาอีกต่อไป

คุณย่าฟูจิโกะหาได้น่าสมเพช ที่ยังไม่ลืมความรักในอดีตตรงกันข้าม ความสามารถของเธอที่จะจ้องมองอดีตโดยไม่เสียใจขมขื่น หรือเจ็บแค้น คือบทพิสูจน์ให้เห็นการ 'เติบใหญ่' จนพอจะเข้าใจและยอมรับบทเรียนที่ชีวิตมอบให้ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เธอเลือกลืมความเจ็บช้ำของการไม่ถูกเลือกแล้วจดจำไว้เพียงความประทับใจแห่งช่วงเวลาความสุข และนั่นก็ช่วยให้เธอสามารถก้าวต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยไม่สูญเสียศรัทธาต่อความรัก หรือการมีชีวิต

ความเกลียดชังเป็นเรื่องง่าย ส่วนความรักเป็นเรื่องยากต้องใช้เวลาและจังหวะที่เหมาะเจาะพอดี ดุจเดียวกับการถ่ายภาพภูเขาไฟฟูจียามพระอาทิตย์ขึ้น ให้ปรากฏเป็นประกายเพชรตรงยอดเขา ซึ่งตามคำบอกเล่าแล้ว สามารถกระทำได้เพียงแค่สองช่วงเวลาในหนึ่งปีเท่านั้น และจะต้องถ่ายจากจุดจำเพาะเจาะจงบางจุด หาใช่จะถ่ายจากจุดไหนก็ได้... โนริโกะรู้สึกถึงห้วงหรรษาแห่ง 'เพชรฟูจี' กับอดีตคนรักของเธอ เช่นเดียวกับที่ชิโระรู้สึกกับโนริโกะ และฟูจิโกะรู้สึกกับทหารหนุ่มจีไอ

เสน่ห์ของหนังเรื่อง Suger & Spice อยู่ตรงการเรียงร้อยรายละเอียดของบทภาพยนตร์อย่างละเมียดละไม เชื่อมโยงซับพล็อตและพล็อตหลักให้สอดคล้องกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว โดยไม่พยายามชี้นำจนออกนอกหน้า แต่เพียงสอดแทรกนัยยะให้คนดูรู้สึก แม้ว่าการกำกับของ อิซามุ นากาเอะ ออกจะสะดุดหลุดโทนไปบ้างในช่วงแรก จนทำให้คนดูคาดหวังไปถึงหนังประเภท American Pie ทั้งที่โทนอารมณ์โดยรวมของหนัง โอนเอียงไปทางหวานปนเศร้ามากกว่าตลกโปกฮา ในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับหนังไต้หวันแนว Coming of age เรื่อง Blue Gate Crossing ซึ่งบังเอิญมีเฉินป๋อหลินนำแสดงร่วมด้วย

นอกจากนี้ นากาเอะยังกดดันคนดูหนักมือไปนิดในบางตอน โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ ซึ่งสามารถตัดออกไปได้เพื่อความกระชับและลุ่มลึกขึ้น ข้อด้อยดังกล่าวดูจะเป็นคุณสมบัติที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ในหนังรักวัยรุ่นจากญี่ปุ่น โดยอีกเรื่องที่ชัดเจนมาก คือ Crying Out Love, in the Center of the World ซึ่งถ่ายทอดจุดเริ่มต้นของความรักแบบนุ่มนวล น่าประทับใจ และเต็มไปด้วยรายละเอียดช่างสังเกตที่ยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายกลับลากยาวบทจากลาในสไตล์บีบคั้น จนผ่านจุดของความพอเหมาะพอดี

โดยภาพรวม Sugar & Spice อาจไม่ลงตัวในระดับเดียวกับ Blue Gate Crossing แต่อย่างน้อยฉากจบของหนัง ก็ดูจะให้ความหวังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชิโระกำลังเตรียมพร้อมเปิดรับความรักครั้งใหม่ในวัย 19 ปี แต่คำถามหนึ่งที่อาจค้างคาอยู่ในใจคนดู คือเธอคนนั้นจะเป็น 'เพชรฟูจี' ของเขาหรือเปล่าและเขาจะเป็น 'เพชรฟูจี' ของเธอหรือไม่ เพราะความเท่าเทียมกันในรักนั้น ช่างหาได้ยากเย็นเหลือเกิน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราทุกคนถึงต้องวนเวียนอยู่ในวัฏจักรแห่งการพบรักและการพลัดพราก

RATING: 2 ดาวครึ่ง


ข้อมูลจากนิตยสาร Starpics ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
      เกี่ยวกับเรื่องนี้
 อ่านเรื่องย่อ
 ภาพสวยๆ จากหนัง
 
helper end