สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   เบื้องหลัง & บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   วอลเปเปอร์ยอดฮิต   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > วิจารณ์หนังสนุก
    วิจารณ์หนังสนุก
 
Movie Review :
วิจารณ์ภาพยนตร์ National Treasure: Book of Secrets

National Treasure: Book of Secrets ภาคต่อของหนังล่าขุมทรัพย์ที่ถล่มรายได้สูงลิ่ว จากภาคที่แล้ว และในภาคนี้ Book of Secrets มาพร้อมกับการผจญภัยล่าขุมทรัพย์ครั้งใหม่ ที่มันส์ระทึก และน่าติดตามยิ่งกว่าภาคแรก แถมยังมีมุขตลกที่ฮาได้ใจมากขึ้นอีกด้วย ร่วมผจญภัยไปกับ เบน เกทส์ (Nicolas Cage) กับการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อกู้ชื่อบรรพบุรุษที่เขาถูกกล่าวหาว่า บรรพบุรุษของเขาลอบสังหารประธานาธิบดี ลินคอล์น และตามหาความจริงของขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์อเมริกา ในภาคนี้หนังทำออกมาได้ลุ้นและสนุกกว่าภาคแรก อุปสรรคการค้นหาดูเหมือนจะยากมากขึ้น นั่นทำให้เราคิดว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นั้น เป็นไปได้ในหนังเรื่องนี้

ตัวร้ายในเรื่อง มิช วิลคินสัน (Ed Harris) ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวคอยผลักดันให้ เบน เกทส์ ทำภารกิจให้สำเร็จจงได้ ซึ่งต่างจากภาคที่แล้วตรงที่ ตัวร้ายไม่ได้คอยขัดขวางมากเท่าภาคนี้ ภาคนี้ดูเหมือนอะไรๆจะง่ายไปซะทุกอย่างสำหรับ เบน เกทส์ ถึงแม้จะดูยากแค่ไหนก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม เราก็รู้ดีว่าพระเอกยังไงๆก็ต้องชนะ แต่เราอยากเห็นวิธีการเอาชนะของพระเอกในเรื่องมากกว่า ว่าเขามีวิธีหรือความคิดสร้างสรรค์ในการผจญอุปสรรคแบบไหนบ้าง

ความลับและลูกเล่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่เนื้อเรื่องที่เราจะสนุกไปกับความลับที่ถูก เบน เกทส์ เปิดเผยตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งการพัฒนาและความสัมพันธ์ของตัวละครที่เราติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก ทำให้เราดูสนุกมากยิ่งขึ้น หลายๆฉากในเรื่องถูกออกแบบมาเพื่อการผจญภัยโดยเฉพาะ การสร้างแต่ละฉากดูสมจริงมาก การถอดรหัส กับดัก และกลไกต่างๆ เป็นสิ่งที่เราอยากเห็น ว่ามันทำงานอย่างไร ตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ก็มี

Helen Mirren รับบทเป็น แม่ของเบน เป็นอาจารย์สอนเรื่องภาษาโบราณในมหาวิทยาลัย ซึ่งได้มาช่วยถอดรหัสให้กับเบนในครั้งนี้อีก Nicolas Cage กลับมาล่าสมบัติเป็นครั้งที่ 2 แน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ต้องยิ่งใหญ่กว่าเก่า สนุกกว่าเก่า และ ดีกว่าเก่า แต่ช้าก่อนภาคแรกนั้นไม่เป็นที่ปลื้มของนักวิจารณ์นัก และท่าทางก็ดูออกมาว่าภาคล่าสุดนี้ก็ไม่ต่างกันถึงแม้จะได้ดาราออสการ์ล่าสุดอย่าง Helen Mirren มาช่วยสร้างชื่อให้หนังก็ตาม

หนังภาคต่อนี้เริ่มเรื่องต่อจากภาคแรกโดยไม่ต้องเสียเวลาปูพื้นมากมาย อาศัยสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นตัวดำเนินการเริ่มจากอาศัยชื่อเสียงที่มีเปิดนิทรรศการและงานบรรยายต่างๆ จนกระทั่งมีคนนำหลักฐานมายืนยันว่าบรรพบุรุษหรือปู่ทวดของพระเอกนั้นเป็นคนวางแผนฆ่า ประธานธิบดี อับราฮัม ลินคอร์น และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการล่าสมบัติ

จุดเสียของหนังที่มีให้เห็นและไม่น่าให้อภัยนัก เริ่มตั้งแต่ประเด็นในเรื่องหลายอย่างไม่มีการสานต่อและอธิบายให้กระจ่างชัดเจนนัก ยกตัวอย่างที่ทาง FBI มีการสงสัยว่าทำไม Mitch Wilkinson (Ed Harris) ถึงเก็บเงื่อนงำปริศนาและข้อเท็จจริงมานับเป็นเกือบร้อยๆปี ตรงส่วนนี้ทำให้เกิดอาการขัดๆ และที่สำคัญคือการดำเนินเรื่องที่ไม่ลื่นไหลนัก ดูขัดๆแปลกๆ ถึงแม้ตัวหนังจะสนุกกับการไล่ล่าแต่ถ้าลองตั้งใจดูเนื้อหาแล้ว จะพบว่าปัญหาที่ผมพูดนั้น มีปรากฏให้เห็นพอสมควร

มาที่ส่วนดีของหนัง ภาคนี้มีพัฒนาการในด้านให้ความบันเทิงกับผู้ชมอย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่มุขตลกของผู้ช่วย พระเอกที่มีแทรกเป็นจังหวะๆ ถึงแม้บางครั้งนั้นดูแล้วแป๊กบ้างแต่ก็ยังโอเคการไล่ล่าสมบัติ การไขปริศนา ดูแล้วน่าติดตามตลอด ไม่ชวนให้เบื่อแม้แต่น้อย ยิ่งฉากเสี่ยงตายในภาคนี้ที่มากขึ้นยิ่งทำให้สนุกกว่าเดิม

ประเด็นความรักในหนังนั้น มีทั้งคู่เล็กและคู่รุ่นใหญ่ ที่จะพลัดกันเข้ามาทำหน้าที่ ถึงแม้บางช่วงจะดูออกตามสูตรไปสักนิดแต่ก็ใส่เข้ามาไม่ทำให้หนังยืดเยื้อหรืออืดแต่อย่างใด บางคนเมื่ออ่านมาถึงจุดนี้อาจจะเริ่มลังเลว่าตกลงหนังดีหรือไม่ ถ้าตั้งใจดูและจับผิดหนังตลอดเวลาหนังก็จะไม่สนุกแต่ถ้าเราดูตามสบาย สนุกกับการไล่ล่าและไขปริศนา แน่นอนว่านี้คือความบันเทิงที่มากกว่าภาคก่อนและน่าติดตามกว่าเก่า



สรุป - เนื้อเรื่อง สนุกดีมีสาระและเป็นสื่อที่ทำให้ประวัติศาสตร์ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด แต่ก็ดันมาตกม้าตายตรงเนื้อเรื่องไม่แข็งแรงพอถึงจะมีหลักความจริงของประวัติศาสตร์หนาแน่นพอ เอฟเฟกต์ อลังการกว่าเดิม ดูสมจริง การแสดง Nicolas Cage ยังรับบท Benjamin Gates ได้ดีเหมือนเดิม ส่วนคนอื่นๆก็ยังรักษามาตรฐานเดิมไว้ จะมีก็เป็น Helen Mirren ที่แม้จะบทน้อยไปหน่อยแต่ก็แสดงได้ดีไม่มีตก

ความบันเทิงส่วนนี้เจ๋งที่สุดครับ ความบันเทิงที่มากกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม คุณภาพ ถึงแม้จะออกมาดีกว่าภาคแรก แต่ก็ยังมีจุดด้อยปรากฏมากเหมือนกัน ความลับในสมุดบันทึกลับของประธานาธิบดีกับหน้าที่ 47 ซึ่งสร้างปมปริศนาไว้และไม่ยอมเฉลยให้คนดูรู้ ก็ยังคงเป็นความลับอยู่ต่อไป มีภาค 3 ต่อไปแน่ๆ ซึ่งผมคิดว่าต้องมีแน่นอนฟันธง ฉับฉับ..!! 4 ดาวไปเลยและหนังค้นหาสมบัติผจญภัยแบบนี้ โดยส่วนตัวผมชอบอยู่แล้วล่ะครับ อยากให้ไปค้นหาสมบัติด้วยกันไปกับ National Treasure: Book of Secrets กันดีกว่าครับ

" บทวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง "

วิจารณ์ภาพยนตร์

โดย Tendama





หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 
      เกี่ยวกับเรื่องนี้
 เรื่องย่อและตัวอย่างหนัง National Treasure: Book of Secrets
 Wallpaper National Treasure: Book of Secrets
 
helper end