หนัง ละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ movie series drama action comedy horror thriller trailer ตัวอย่างหนัง teaser ข่าวหนัง ข่าวละคร นักแสดง ผู้กำกับ เบื้องหลัง hollywood ฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ฮอลลีวู๊ด วิจารณ์ review รูป  หนังเก่า wallpaper ไทย เทศ เกาหลี ญี่ปุ่น
 
 หน้าแรก   ภาพยนตร์   เช็ครอบหนัง   ละคร   ข่าวหนัง/ละคร   บทสัมภาษณ์   วิจารณ์หนังสนุก   รูปสวยดูเพลิน   Wallpaper   ชิงรางวัล   ซื้อ - ขาย   เว็บบอร์ด   RSS 
 
  ค้นหาหนัง-ละคร  
   หน้าแรก > วิจารณ์หนังสนุก
   
วิจารณ์หนังสนุก

 
Movie Review :
วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

รักสามเศร้า
ภาพประกอบหนัง รักสามเศร้า
สวัสดีครับ นาย Tendama มาแล้วอีกครั้งสำหรับครั้งนี้ที่พบกันอาจจะทำให้เศร้ากันซักนิดซักหน่อย เพราะเกือบปล่อยน้ำตาไหลพรากๆ กับหนังที่มีชื่อว่า รักสามเศร้า ของค่ายหนัง อย่าง GTH ไปซะแล้ว หลังจากไปดูรอบแรกมาไม่นานกับความมีอารมณ์ร่วมกับหนัง รักสามเศร้า ทำให้ผมถึงกับตีตั๋วรอบสองไปดูอีกครั้ง 2 รอบครับพี่น้อง 2 รอบ ที่ไปดูเพราะไม่ได้ชอบนักแสดงหรืออะไรเป็นพิเศษ แต่ชอบ วาทศิลป์ในการใช้ในบทสนทนา ซะมากกว่ามันลึกซึ้งตรึงหัวใจวัยรุ่นยิ่งนัก

หนังรักสามเศร้า จากชื่อเรื่อง ก็คงรู้กัน ว่าเรื่องนี้ต้องเน้นไปที่อารมณ์เศร้า โดยเริ่มเรื่อง หนังปูตัวละครคร่าวๆ ถึงบุคลิกของฟ้า พายุ และน้ำ รวมทั้งเรื่องโรคร้ายของฟ้า เรื่องที่ยุ แอบรักฟ้า และน้ำก็แอบชอบยุ ซึ่งถือว่าไม่ได้เศร้าที่หวังไว้เท่าไหร่ แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงกลาง เนื้อหาของเรื่องก็เริ่มเข้มข้นขึ้น

ซึ่งบทหลังจากนี้ ถือว่าร้อยเรียงออกมาได้ดีทะลุหัวอก วัยรุ่นไปหลายรายเลยทีเดียว ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ที่เราแอบชอบใครสักคนจนนำไปสู่ความทุกข์บนความรักได้ดี และสถานการณ์ต่างๆก็ค่อยๆบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาของฟ้า ( ซึ่งตอนนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าตายเพราะเหตุอันใด โรคร้ายโรคนี้หมอรักษาไม่ได้อีกต่างหากหรือว่าผู้กำกับกำลังเล่นแง่ที่ว่าว่า แพทย์ไทยยังไม่มีความสามารถเพียงพอหรือป่าว ถ้าใครรู้ว่ามีเฉลยบอกผมที ) หรือลูกในท้องของน้ำ การตัดสินใจหาทางออกที่ทำร้ายตัวเอง เหล่านี้ล้วนถูกใส่มาอย่างดี ทำให้ช่วงหลังนี่ เรียกได้ว่าผู้ชมทั่วไปคงถูกบทของรักสามเศร้าเล่นงานจนน้ำตาคลอกันหลายฉาก หรือหลายคนอาจมองว่าโอเว่อร์ไปเหลือเกิน ก็แล้วแต่นานาจิตตังคนมองคนล่ะมุม

หนังรู้จักหยิบจับสิ่งเล็กๆต่างๆมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดอารมณ์และเนื้อเรื่องได้ดีในอีกทางนึง ไม่ว่าจะเป็นอักษรบนเสื้อของทั้งสาม ชื่อตัวละคร ที่สื่อสัมพันธ์กัน และมีความเป็นธรรมชาติ และบางอย่างยังมีผลต่อเนื้อเรื่อง ช่วยในการปิดเรื่องของหนังด้วย ไม่ว่าจะเป็นซีดีเพลงที่น้ำให้ยุตั้งแต่ช่วงแรก ซึ่งนำมาเล่นเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในช่วงสุดท้ายของเรื่องได้ดีมาก

รักสามเศร้า
ภาพประกอบหนัง รักสามเศร้า
และจุดเด่นของหนัง รักสามเศร้า คือ บทสนทนาของผู้แต่งถ่ายทอดมุมมองของตัวละครต่างๆได้อย่างมีมิติ และมีบทพูดที่แทงอกแทงใจหลายประโยค ซึ่งผมชอบมาก แต่หลายคนกับวิจารณ์ มองว่าหยาบคายใช้ กู มึง เยอะมากๆ แต่ผมมองว่ามันเป็นความเป็นจริงที่กลุ่มเพื่อนเราใช้พูดกัน ไม่มีกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มไหนหรอกครับจะมา เอ้อระเหยเรียกคุณ ผม ท่าน เธอ มันออกแนวจริตแตกไม่เหมาะหรอกครับ ซึ่งให้ผมพูดคงต้องให้พูดว่าเป็นความถ่อย แต่ความถ่อยนั้นมันเป็นแบบมีศิลปะ ไม่ใช่มาด่ามั่วซั่ว เหมือนกับหนังหลายเรื่องที่ผ่านมาจน จดจำไปใช้แบบเสียมนุษย์

พูดถึงโดยรวมตัวนักแสดงหลัก ต้องยอมรับ ก้อย รัชวิน ที่พึ่งเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ก็โดนบท ดราม่า ใส่โครมแบบเต็มๆทั้งความกดดันของเรื่องหลายๆอย่าง จนทำให้เธอดูเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในความคิดของผม ส่วน พีค ภัทรศยา นั้นแค่มีโรครุมเร้าแล้วใกล้ตายแต่ถ้ามาดูชีวิตจริงแล้ว คนเราเกิดมาก็ต้องตาย แต่การตายทั้งเป็นกับบทเรียนที่แสนโหดร้ายของก้อยนั้น มันน่าสงสารมากกว่าในส่วนตัวผม ตบมือให้คุณ ต้อม ยุทธเลิศ ที่ตีบทสังคมของคนไทยวัยรุ่นที่แตกกระเจิง อีกทั้งได้ความตลกผ่อนคลาย จากมุขเหล่าเพื่อนฝูงของเหล่านักแสดงหลักได้อีก ทำให้ มีการผ่อนคลายและน่าติดตามต่อ

แต่ถึงกระนั้นแล้ว รักสามเศร้าที่คงความเป็นดราม่ามาตลอด แต่แล้วต้องสะดุด ที่ตอนสุดท้าย ผู้กำกับอาจจะใส่ความดราม่าให้เศร้าสุดซึ้งกินใจ ที่ต้องให้ พีคตายที่โขดหินกับมุมมองท้องฟ้าที่ตะวันลับไป จุดนี้เป็นการยัดเยียดความเศร้าเกินไปจนทำให้ผมว่าเป็นฉากที่เฉยๆ ไม่สุดใจเท่าไหร่ เป็นการเดาออกล่วงหน้าเหมือนเลียนแบบ หนังประเทศเพื่อนบ้านทำให้เหมือนขาดเอกลักษณ์ตัวเองไป ไม่ค่อยประทับใจกับส่วนตรงนี้

สรุป หนังรักสามเศร้า อาจจะไม่ได้เป็นหนังที่ทุกคนหวังว่าเศร้าน้ำตาไหล แต่มันทำให้เราซึ้งกินใจกับบทคำพูดที่ คัดสรรค์กลั่นกรองจากผู้สร้าง ที่ทำให้โดนใจกันไปทั่วหน้า เนื้อเรื่องการดำเนินเรื่องอาจจะไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขนัก แต่ผมบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้คุณดูแล้วมันไม่ทำให้คุณมีความทุกข์เพิ่มขึ้นแน่ ผมก็คนไทย ชอบเพลงไทยดูหนังไทย แล้วพวกเราล่ะ อุดหนุนหนังไทยดีๆแบบนี้แล้วหรือยัง สำหรับรักสามเศร้าเรื่องนี้ 4 ดาวเหนาะๆ วัยรุ่นควรดู..!!

" บทวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง "

วิจารณ์ภาพยนตร์

โดย Tendama


www.sanook.com






ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก




หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 
      ความนิยม
  ให้คะแนนความนิยม

 

 

เช็ครอบหนัง Major Cineplex :: EGV


helper end

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 49

  1. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

  2. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

  3. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

  4. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

  5. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

    • ความคิดเห็นที่7
    • ไปดูมาแล้วค่ะ หนัง สื่ออารมณ์ที่ซึ้งใจและเสียสละได้ดี ส่วนโรคร้ายที่ว่า ในหนังจะมีฉากที่มีกระดาษ บอกว่าเป็น โรคภูมิแพ้ตัวเอง เกี่ยวกับกระดูก... เนื้อหาสื่อให้รู้ตอนจบแต่แรกอยู่แล้ว นอกเนื้อจากเพื่อนรักเพื่อน ยังมีความรักของคนในครอบครัวด้วย พ่อของน้ำกับน้ำ (น้องก้อย)ด้วย ที่รู้สึกประทับใจมากกว่าอย่างอื่น และสอนให้เรารู้ว่าการพูดความจริง หรือยอมรับความรู้สึก เป็นเรื่องที่สมควรกระทำที่สุด ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ดีที่สุดค่ะ เหมือนที่ทั้งสามคน ได้กระทำในตอนสุดท้ายของเรื่อง...
    • babee555 รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: babee555
      • เมื่อ[27 มิถุนายน 2551 - 12:40 น.]
      • IP[124.120.174.XXX]
  6. Re: วิจารณ์หนัง รักสามเศร้า

    • ความคิดเห็นที่3
    • สนุกดีครับ ดูแล้วไม่รู้สึกว่าเสียเงิน

      มุกบางอันอาจจะเฉพาะกลุ่มไปนิด (เช่นมุกที่นิยมเล่นกันในรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ) คนที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะไม่เข้าใจก็ได้ แต่มันก็แค่มุกตลกที่ไม่สลักสำคัญอะไรกับเนื้อเรื่อง มองข้ามไปก็ได้ครับ

      ส่วนเรื่องโรคที่ไม่มีทางรักษาได้ ผมว่าผู้กำกับจงใจไม่ระบุชื่อโรค เพื่อให้หนังสามารถฉายเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะหากระบุชื่อโรคที่รักษาไม่ได้จริงๆ ขึ้นมาแล้วในอนาคตโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หนังเรื่องนี้ก็จะ "เชย" ไปในทันที

      สิ่งที่ผมชอบมากก็คือการส่ง message ผ่านประโยคธรรมดาแต่มีความหมายนัยประวัติมากๆ เลยครับ อย่างประโยคที่ว่า "เวลาแค่ 3 นาที บางทีมันก็หายากเนอะ" และจุดอื่นๆ ของเรื่องอีกมากมาย (แม้แต่ในมุกตลกยังมีเลยครับ)

      ผมว่าเป็นหนังดูง่ายๆ แต่ได้อะไรหลายๆ อย่างดีครับ ขึ้นอยู่กับว่าคนดูหวังว่าจะได้อะไร ทางที่ดีอย่าคาดหวังเยอะครับ เข้าไปตักตวงสิ่งที่ผู้สร้างอยากจะบอกดีกว่า
    • . . . รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: . . .
      • เมื่อ[27 มิถุนายน 2551 - 12:15 น.]
      • IP[203.155.205.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้