วิจารณ์หนัง สี่เส้า ความพยายามที่มากเกินไปคือการ “ทำร้าย”

วิจารณ์หนัง สี่เส้า ความพยายามที่มากเกินไปคือการ “ทำร้าย”

วิจารณ์หนัง สี่เส้า ความพยายามที่มากเกินไปคือการ “ทำร้าย”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คำอธิบายประโยคที่ว่า ความพยายามที่มากเกินไปคือการ “ทำร้าย” คนที่ตัวเองรักนั้นสามารถใช้จำกัดความตัวละครในหนังเรื่องนี้และวิธีการที่ผู้กำกับของเรื่องพยายามกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

สี่เส้า นั้นบอกเล่าเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของตัวละครอย่าง อาเว่ย (เวฟ คูเปย จง) ตัวละครนี้หลงรักอาฉิง (ฟาง ธนันต์ธรญ์) มาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อเติบโตขึ้นอะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออาฉิงมีคนรักอยู่แล้ว คือ กมล (เต้ย พงศกร) เป็นหนุ่มกรุงเทพฯ ฐานะดี มีไลฟ์สไตล์ติดสมาร์ทโฟนเหมือนเด็กเมืองกรุงทั่วไป 

อันที่จริงแล้วอาเว่ย ,อาฉิง และเสี่ยวผิง (เวนดี้ หว่อง) เป็นลูกคนจีนยูนานที่เกิดและเติบโตในไทย อาศัย อยู่ที่ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย 3 คนเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ อาเว่ยกับอาฉิงเติบโตขึ้นภายใต้การดูแลของอาม่าที่ไม่อาจเพิกเฉยต่อ ความกาพร้าพ่อแม่ของเด็กทั้งสอง เสี่ยวผิงถูกหมั้นหมายเพื่อให้แต่งงานกับอาเว่ยตามคาสั่งเสียของพ่อแม่อาเว่ยก่อนตาย จึงเกิดเป็นรัก 3 เส้า ระหว่าง อาเว่ยแอบรักอาฉิง

กมล อาฉิง และเสี่ยวผิง เป็นเพื่อนสนิทกัน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในขณะที่อาเว่ยนั้นถูกส่งไปเรียนที่เมืองจีน กระทั่งทั้ง 4 คน เวียนกลับมาพบกันอีกครั้ง และครั้งนี้ความรักของพวกเขาทั้ง 4 กาลังเดินตามนิยามของแต่ละคนอาเว่ยพยายามชี้จุดอ่อนของกมลให้อาฉิงได้รับรู้ตลอดเวลา แต่อาฉิงยังมั่นคงและมั่นใจในความรักที่มีต่อกมล แม้ว่าจะมีเงื่อนไขภายในใจที่จะขออยู่บนดอยเพื่อดูแลอาม่าและทาตามความฝันที่จะเป็นครู กมลจึงต้องยอมย้ายตัวเองมาอยู่กับคนรักที่บนดอย จนเป็นจุดเริ่มต้นของที่มาเรื่องความรักอันไม่สมหวังของคน 4 คน

ผู้กำกับอย่างการัณยภาส  ขำสินใส่ความรัก ความชื่นชอบในหนังรัก(โดยเฉพาะหนังจีน) เข้าไปในหนังเรื่องนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จนดูเหมือนกับว่าจางอี้โหมว น่าจะเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่แกหลงรักและหยิบเอาสไตล์การเล่าเรื่องดราม่าน้ำตาท่วมจอมาใช้ อิทธิพลของหนังเรื่อง The Road Home ที่นำแสดงโดยจางซิยี่ น่าจะส่งผลกับวิธีเล่าเรื่อง รวมไปถึงการดีไซน์ตัวละครในหนังเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัญหาประการสำคัญคือความพยายามในการยัดเยียดวลีรักที่อาจจะดูคมคายเวลาที่มันอยู่ในหนังสือนิยายหรือเป็นวรรคทองที่เราอ่านได้ตามเพจคำคมเรื่องความรัก อาทิ “เพราะความรักคือการเสียสละ ทำให้เรามีกันและกันตลอดไป” แน่นอนมันฟังดูดี โรแมนติก แต่เมื่อมันมีอยู่ในหนังในปริมาณมากๆ มันจึงดู “ผิดวิสัย” ของมนุษย์ปกติที่เหมือนจะอ่านนิยายหรือเสพย์หนังรักกันแทนอาหารกลางวัน เป็นผลทำให้หนังขาดความน่าเชื่อถือของตัวละครไปโดยปริยาย

แม้ว่าโลเคชั่นในหนังสี่เส้าจะถ่ายภาพออกมาสวยบาดใจ(จนนึกว่าหนังได้ทุนสนับสนุนมาจากททท.) แต่มันก็ไม่สามารถพยุงบทภาพยนตร์ที่ยิ่งกว่า ”น้ำเน่า” และเบาหวิวจนเหลือทน ยิ่งไปกว่านั้นวิธีการกำกับ “ฉากสุดท้าย” ของหนังให้กลายเป็นหนังสยองขวัญได้นั้น เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสอยู่เอาการเลยทีเดียว 

ความพยายามที่มากเกินไปอาจจะทำร้ายคนใกล้ตัว ...... เป็นสิ่งที่สรุปพฤติกรรมของตัวละครอาเว่ยได้เด่นชัดที่สุด แต่ในขณะเดียวกันความพยายามที่จะใส่สิ่งที่ตัวเองรักทุกอย่างของตัวผู้กำกับเข้ามาในหนังเรื่องเดียวก็จัดได้ว่า.... ทำร้ายคนดูทางอ้อมเช่นกัน 

@พริตตี้ปลาสลิด

1.5 คะแนนจาก 5 คะแนน 

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ วิจารณ์หนัง สี่เส้า ความพยายามที่มากเกินไปคือการ “ทำร้าย”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook