Sanook.commenu

ข่าว ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง วิเคราะห์บอล ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ หนังใหม่ ดูละครย้อนหลัง เกมส์

บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลังและเรื่องย่อ ช่อง 3

  • | เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 3

เนื้อเรื่องย่อ

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 20 กันยายน 2559 ตอนที่ 11 (ตอนจบ) [1/9]



>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 19 กันยายน 2559 ตอนที่ 10

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 13 กันยายน 2559 ตอนที่ 9

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 12 กันยายน 2559 ตอนที่ 8

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง  6 กันยายน 2559 ตอนที่ 7

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง  5 กันยายน 2559 ตอนที่ 6

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 30 สิงหาคม 2559 ตอนที่ 5 

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 29 สิงหาคม 2559 ตอนที่ 4 

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 23 สิงหาคม 2559 ตอนที่ 3 

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 22 สิงหาคม 2559 ตอนที่ 2 

>>บ่วงอธิฏฐาน ย้อนหลัง 16 สิงหาคม 2559 ตอนแรก


เรื่องย่อ บ่วงอธิฏฐาน

นักโบราณคดีชื่อดังของกรมศิลปกรอย่าง อธิน “กบ-ทรงสิทธิ์” ได้ค้นพบ หลักฐานใหม่แห่งประวัติศาสตร์ คือ ศิลาจารึกของเมืองจันทะปุระ ซึ่งเป็นมหานครที่หายสาบสูญไปเป็นพันๆปี  ที่ได้เหลือแต่ตำนานเล่าขานแห่งบึงแดง อธิน ตั้งใจจะเก็บหลักฐานสำคัญนี้ไว้เพื่อจะศึกษา เพราะมันเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ แห่งยุค แต่แล้วความตั้งใจของเขาก็ต้องจบลง เมื่อศิลาที่ถูกค้นพบนั้นกลับหายไป ซึ่งการหายไปของศิลาจารึกนั้น อธิน คิดว่าเป็นฝีมือของ กสินทร์ “อั๋น-โอลิเวอร์” หนุ่มนักธุระกิจพันล้านและเป็นนักสะสมสมวัตถุของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นการได้มาอย่างถูกกฏหมายและผิดกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะได้มาด้วยอย่างไหน อธิน ก็คิดว่ากสินทร์ไม่มีสิทธิ์ที่จะสะสมของโบราณแม้แต่ชิ้นเดียว และการหายไปของศิลาจารึกนั้น อธินก็ได้สงสัยกสินทร์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด อธิน จึงสืบหาข้อมูลแบบลับๆ อย่างเงียบๆ

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

อธิน มีลูกสาวคนเดียวเธอชื่อ โยสิตา “แพทริเซีย” ซึ่งเธอก็อยากจะช่วยพ่อ ในการสืบหาความจริง จึงเอาเรื่องที่ศิลาจารึกที่หายไป มาเล่าให้ ปารมี หรือ ผักบุ้ง “อาย-กมลเนตร” เพื่อนสาวที่สนิทของเธอฟัง ปารมี บอกว่าต้องสืบหาจากคนวงในที่เป็นพวกสะสมของเก่าโบราณ และ หนึ่งในนั้นคือ กสินทร์ เจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ ความหวังของโยสิตาที่จะได้เบาะแสจากปารมีเริ่มมีมากขึ้น โยสิตาได้พบกับ กฤตธร “หมาก-ปริญ” หนึ่งในลูกชายคนโตของกสินทร์ อย่างบังเอิญ เมื่อเธอดันช่วยเก็บกระเป๋า เอกสารที่กฤตธรลืมเอาไว้บนหลังคารถ เพียงเมื่อทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก กตธรก็รู้สึกคุ้นเคยกับโยสิตาอย่างบอกไม่ถูก กฤตธรพยายามตอบแทนที่โยสิตาช่วยเหลือ และอยากที่จะรู้จักกับเธอให้มากขึ้น แต่โยสิตา ก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกฤตธร รู้ว่า โยสิตาเป็นเพียงเพื่อนสนิทของ ปารมี พนักงานที่อยู่โรงแรมของเขานั้นเอง    

กสินทร์มีความคิดที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณที่บ้านของเขาเอง ซึ่งมี อาจารย์เกรียง “เก่ง-ชาติชาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณเข้ามาช่วย จัดหมวดหมู่ให้ ขาดก็แต่ช่างภาพที่จะมาถ่ายภาพ กฤตธรได้ที จึงคิดที่จะจ้างโยสิตา ซึ่งเธอเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ให้มาทำงานในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งโยสิตาแทบจะไม่เสียเวลาคิด ตอบตลกลงการว่าจ้างอย่างง่ายดาย เพราะนอกจากตัวเธอจะได้เงินค่าจ้างแล้ว งานนี้ยังได้ข้อมูลเบาะแสของศิลาจารึกที่หายไปได้ง่ายขึ้นด้วย

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

การที่โยสิตาได้มาพบเจอกับกฤตธรในครั้งนี้ เธอไม่รู้เลยว่า มีวิญญาณที่สิงอยู่ในศิลาจารึกชื่อ บุษกร “หยาด-หยาดทิพย์” โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก และยังตามอาฆาตแค้น โยสิตา แม้เวลาจะผ่านไปนานนับพันปี จวบจนเธอได้มาพบกฤตธร ดวงวิญญาณนั้นก็ได้ตามมาถึงภพปัจจุบัน ด้วยแรงอาฆาตและคำสาปแช่งว่าจะขอตามมาทวงของของเธอ ทุกสิ่งอย่าง และล้างแค้นโยสิตา ที่ทำให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่างไป เมื่อครั้งในอดีต 

โยสิตา ได้ใกล้ชิดกับกฤตธร ด้วยความที่ต้องทำงานร่วมกัน เธอนั้นเริ่มรู้สึกว่าเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดอยู่บ่อยๆ ที่บุษกรนั้นสร้างขึ้นมา แม้จะประหลาดใจแต่เธอนั้นก็ยังไม่ได้คำตอบ นอกจากนี้เธอยังฝันถึงเมืองโบราณๆแปลก ในอดีตอยู่บ่อยครั้ง และเธอก็ได้เห็นตัวเธอเอง ชื่อเกศอาภา อยู่ในความฝันในเมืองโบราณนั้นด้วย ในความฝันทุกค่ำคืนของเธอนั้น ทำให้เธอได้พบเรื่องราวต่างๆ ของเกศอาภาที่ต้องเปลี่ยนไปเมื่อเธอนั้นเป็นผู้เก็บโคมเสี่ยงทายคู่ ของเจ้าชายอริยะได้ แทนที่จะเป็นคู่หมายอย่างบุษกร 

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

ถึงบุษกรจะแย่งโคมที่เกศอาภาเก็บได้ มาไว้ในครอบครอง และพยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ กับ องค์สุริยะ “อั๋น-โอลิเวอร์” ผู้ครองแขวนจันทรปุระ ทำให้ทุกคนคิดว่าเธอนั้นเป็นคนเก็บโคมได้ และกำลังจะได้แต่งงานกับเจ้าชายอริยะ ตามความที่ทุกคนเข้าใจ ที่เชื่อในโองการของเทวะ ตามที่ พราหมณ์กัมพู “เก่ง-ชาติชาย” บิดาของบุษกร ผู้ส่งสาส์นของเทวะ  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกคนในเมืองจันทปุระนั้นนับถือได้บอกไว้ เจ้าชายอริยะได้ปลอมตัวออกนอกเมืองเป็นสามัญชน และได้ไปเจอกับเกศอาภาโดยบังเอิญ ทั้งคู่ได้รู้จักกันมนนาม เจ้าโจรป่าและเจ้าลิงป่า ทั้งสองคุยเขาขากันได้ดี แถมอริยะยังสอนวิชาการต่อสู่ ที่เกศอาภาหนีพ่อมาฝึกอยู่บ่อยๆ เธอมีจิตใจอย่างกล้าหาญอยากจะมีวิชาติดตัวไว้เพื่อปกป้องบ้านเมืองในอนาคต  ความคิดของเกศอาภานั้นช่างถูกใจเจ้าชายอริยะนัก จนเกศอาภาได้เล่าถึงความไม่ยุติธรรมของผู้มีอำนาจ ตอนที่เธอ  ถูกแย่งโคมไป ทำให้เจ้าชายได้รู้ความจริงทั้งหมด ว่าเกศอาภานั้นคือคนที่รับโคมจากเขาไป และเป็นคนที่ตนนั้นต้องแต่งงานด้วย

เจ้าชาย นำเรื่องทูลแก่องค์สูริยะ และทุกคน ทำให้วันงานในพิธีอภิเษก เป็นอัครชายาของเจ้าชายนั้น คือเกศอาภา ลูกสายของแม่ทัพปณณะ แทนที่จะเป็นบุษกรลูกสาวของพราหมณ์กัมพู อย่างที่ทุกคนหวังไว้ ทำให้บุษกรแค้นใจมากแทบกระอักออกมาเป็นเลือด ที่เกศอาภาแย่งทุกอย่างของเขาไปโดยเธอไม่รู้เลยว่าที่แท้จริงแล้วนั้น เกศอาภาไม่ได้ต้องการที่จะแต่งงานกับเจ้าชายเลย เพราะเธอนั้นมีใจให้กับชายผู้ที่เธอเจอโดยบังเอิญไปแล้ว ที่ได้เรียกว่าเจ้าโจรป่าคนนั้น แต่ความจริงก็ปรากฏขึ้นในวันอภิเษก ว่าที่แม้จริงแล้วเจ้าชายที่เกศอาภาแต่งงานด้วยนั้นคือคนๆ เดียวกันกับเจ้าโจรป่าที่พบโดยบังเอิญ ทำให้เกศอาภาถึงกับ งง ทั้งโกรธ และสับสน ที่เธอนั้นถูกหลอกมาโดยตลอด แต่เจ้าชายอริยะนั้นก็ได้ใช้ความรักง้อจนเกศอาภาเข้าใจ

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

การที่ได้เห็นคนรักของตัวเองอยู่กับคนอื่นนั้น ทำให้บุษกรแค้นใจมาก ที่เห็นเกศอาภาผู้เป็น อัครชายา ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเธอ หากไม่มีผู้หญิงที่ชื่อเกศอาภาเข้ามาแทรก บุษกรใช้กลแสร้งว่าเสียใจไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปและอยากจะฆ่าตัวตายหากไม่ได้สมหวังกับเจ้าชาย ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่หมั้นคู่หมายมาตั้งแต่เล็กจนโต องค์สูริยะจึงหาทางแก้ปัญหานี้ โดยให้เจ้าชายแต่งงานและรับบุษกรเป็นพระชายาอีกหนึ่งคน แม้เจ้าชายสริยะจะไม่เต็มใจ แต่เจ้าชายก็ไม่สามารถขัดได้ จึงจำใจยอมแต่งตามคำสั่งของบิดา บุษกรพยายามใช้มารยา เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ จนถึงขั้นยาเสน่ห์ เพื่อแย่งเจ้าชายกลับมาเป็นของตน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผย เธอจึงถูกลงโทษประหาญ ท่านมหาพราหมณ์และคำได้ขอชีวิตของบุษกร จึงละเว้นโทษ และถูกปลดออกจากตำแหน่งพระชายา

บุษกรเจ็บปวดและคับแค้นใจเป็นอย่างมาก ทำเป็นสำนึกผิด และถือบวชพราหมณ์รับใช้องเทวะตลอดชีวิต จนทุกคนตายใจ และไว้วางใจในตัวเธอ ทำให้เธอได้เข้ามารับหน้าที่แทน มหาพราหมณ์ ผู้เป็นบิดาซึ่งตอนนี้ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ บุษกรคิดแผนการที่จะล้างแค้น เมื่อเธอไม่ได้ครอบครองหัวใจของคนที่เธอรัก เธอก็จะชิงบัลลังก์ของจันทรปุระไว้ในมือของเธออง   ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตของผู้คนมากมายก็ตาม แต่แผนการก็ยังไม่ทันสำเร็จ ก็มีสาเหตุให้เมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างจันทรปุระนั้นก็ล่มสลาย และหายไปเหลือเพียงในตำนาน พร้อมกับคำสาปแช่งแห่งดวงจิตที่มีแต่ความแค้น และความเกลียดชังของบุษกรที่ได้กล่าวไว้ว่า จะขอติดตามไปสะสางบัญชีแค้นกับเกศอาภาทุกชาติไป และจะเฝ้ารอคอยการกลับมาพบกันอีกครั้งกับเจ้าชายอริยะไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ก็ตาม

บ่วงอธิฏฐาน

บ่วงอธิฏฐาน

โยสิตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ถึงการที่ฝันถึงเรื่องอาฆาตแค้นใจที่บุษกรมีต่อตน รวมถึงความรัก ความรักความผูกพันระหว่างเธอกับกฤตธรที่มีให้กันตั้งแต่ชาติภพก่อนจนมาถึงปัจจุบัน กฤตธรก็ยังมีใจให้เธออย่างมั่นคง ถึงจะมี เมธาวี “แคท-ตฤณญา” คู่หมั้นของ กวินทร์ “มาร์ค-คณัสนันทร์” น้องชาย ที่มีใจให้กฤตธรและได้ถูกวิญญาณร้ายอย่างบุษกรเข้าครอบงำและใช้ความอาฆาตมาทำร้ายเธอ ความอาฆาตแค้นทำให้ทุกคนที่อยู่รอบกายโยติยานั้นตกอยู่ในอันตราย ด้วยแรงอาฆาตและคำอธิฏฐานสาปแช่ง ที่เป็นเหมือนบ่วงพันธนาการที่ทุกคนหนีไม่พ้น ความอาฆาตด้วยคำสาปนี้จะจบลงอย่างไร ความรักของโยติยาและกฤตธรจะเอาชนะวิญญาณร้ายได้หรือไม่ ติดตามชม ละครบ่วงอธิฏฐาน ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง3 หรือสามารถรับชมผ่านทาง ทีวีออนไลน์ช่อง 3 บ่วงอธิฏฐาน เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559  

ตัวอย่างละครบ่วงอธิฏฐาน



รายชื่อนักแสดงบ่วงอธิฏฐาน

กฤตธร, เจ้าชายอริยะ  แสดงโดย  ปริญ สุภารัตน์

โยสิตา, เกศอาภา  แสดงโดย  ธัญชนก กู๊ด

ปารมี, ผักบุ้ง  แสดงโดย  กมลเนตร เรืองศรี

กวินทร์, คีริน  แสดงโดย  คณัสนันท์ นักตะเฆ่

บุษกร  แสดงโดย  หยาดทิพย์ ราชปาล

กสินทร์, พระเจ้าสูริยะ  แสดงโดย  โอลิเวอร์ พูพาร์ท

อธิน, แม่ทัพปุณณะ  แสดงโดย  ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี

อ.เกรียง, มหาพราหมณ์กัมพู  แสดงโดย  ชาติชาย งามสรรพ์

เมธาวี  แสดงโดย  ตฤณญา มอร์สัน

รวย, สามทหารเสือ  แสดงโดย  ธนาเชษฐ์ มีสม

รุจน์, สามทหารเสือ  แสดงโดย  นิรุติ สาวสุดชาติ

เก่ง, สามทหารเสือ  แสดงโดย  ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์

หมอผี  แสดงโดย  สิทธิพร นิยม



เกร็ดความรู้ : ศิลาจารึก คืออะไร?

ศิลาจารึก คือการเล่าผ่านลายลักษณ์อักษรชนิดหนึ่ง ที่เป็นการจดบันทึกเรื่องราว ทั้งแบบเป็นแผ่น และเป็นแท่งบนศิลา โดยใช้อุปกรณ์หรือโลหะที่มีลักษณะแหลมขูดเนื้อศิลาให้เป็นตัวอักขระ อักษร หรือที่เรียกว่า จาร หรือการจารึก

เรียกได้ว่า ศิลาจารึก นั้นมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ เป็นอย่างมาก การที่จะสร้างศิลาจารึกนั้น มักจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ ไม่ใช่บุคคลทั่วๆไป และเนื้อหาในนั้นจะมีความหลากหลายตามความประสงค์ของผู้สร้าง เช่น บันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์สำคัญ บันทึกเรื่องราวทางด้านศาสนา หรือบันทึกในด้านตำราการแพทย์ต่าง รวมไปถึง วรรณคดี เป็นต้น



ศิลาจารึกในประเทศไทย

ศิลาจารึกหลักที่ 1 หรือ  ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช นั่นเองเป็นศิลาที่บันทึกในช่วงประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย โดย เจ้าฟ้ามงกุฎฯ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ที่ขณะผนวชอยุ่นั้นได้พบเมื่อวันกาบสี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จ.ศ. 1214 ซึ่งตรงกับวัน ศุกร์ที่ 17 มกราคม  ค.ศ. 1834 หรือ 2376 ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย ซึ่งจากการค้นพบศิลานั้นเป็นลักษณะหลักสี่เหลี่ยมด้านเท่า ทรงกระโจม สูง 111 ซม. หนา 35 ซม. หล่อขึ้นด้วยทรายแป้งหินเนื้อละเอียด ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้นำศิลาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร



ขึ้นไปบนสุด